น้ำหอมแท้ หรือ ปลอม ดูยังไง??? (ภาคแรก)

วันนี้มาเขียนบทความวิธีเลือกซื้อน้ำหอม เนื่องจากว่า เมื่อคืนเห็นบางบทความแล้ว รู้สึกคันคะเยอนิดๆ ไอ้ครั้นจะไปแก้ของชาวบ้าน ก็กลัวว่าจะโดนข้อหาน่าหมั่นไส้นะคะ เราเองก็ใช่ว่าจะเป็นกูรู อาศัยถามๆอ่านๆมา เลยมาเล่าแบบย่อยแล้วให้เพื่อนๆอ่านดีกว่าค่ะ


น้ำหอมในไทยถูกจัดประเภทเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ครั้นจะซื้อในห้างแต่ละที ราคาก็สนั่นหวั่นไหว ขวดงามๆ กลิ่นน่ารักๆค่าตัวก็แบงค์เทาๆสามใบอัพ หลายๆคนก็เลยตัดสินใจซื้อจากร้านในออนไลน์ ด้วยราคาที่ถูกกว่าครึ่งต่อครึ่ง แต่ร้านไหนล่ะที่ขายของจริง ขายของก๊อป เราจะมีวิธีสังเกตยังไงได้บ้าง


ก่อนอื่น น้ำหอมที่เรียกๆกันตามร้านทั่วไป จะมีกล่องซีล (คือกล่องแบบพร้อมจำหน่าย แต่บางแบรนด์ก็ไม่ซีลนะคะ) , เทสเตอร์ (คือน้ำหอมแบบขสวดขายจริง อาจจะต่างกันที่ฝา หรือกล่อง) ,แซมเปิล (คือ หลอดจิ๋วๆ แตะบ้าง สเปรย์บ้าง) และขนาดพกพา (ส่วนใหญ่หาได้ในดิวตี้ฟรี)


วิธีการสังเกตนะคะ อันนี้เป็นทริกส่วนตัว เรารวบรวมมาจากประสบการณ์ตัวเอง และแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆค่ะ


กล่องซีล


ในแต่ละแบรนด์ จุดสังเกตจะต่างกันค่ะ ถ้าซื้อในไทย สำหรับของที่วางขายในเคาท์เตอร์ไทย อันนี้สังเกตง่ายหน่อย ข้างกล่องจะมี สคบ.ติดไว้ แสดงชื่อบริษัทผู้นำเข้า แหล่งผลิต และวันเดือนปีที่ผลิตค่ะ แต่ถ้าเป็นของหิ้ว อันนี้จะไม่มี สคบ. ติดไว้นะคะ


บางแบรนด์มีซีลเรียบร้อย แถมเป็นกล่องสองชั้น เช่น Katy Pery Meow , Paris Hilton แต่บางแบรนด์นั้น จะไม่มีซีลเลย เช่น CK One (บางที่ของปลอมมาแบบเหนือชั้น ซีลให้นะคะ) ซึ่งอันนี้ต้องอาศัยการอัพเดตข้อมูลจากเคาท์เตอร์บ่อยๆค่ะ การซีลกี่ชั้น แน่นหรือไม่ ไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าขวดนั้นแท้หรือปลอมนะคะ 


Tester


ตัวเทสเตอร์ขวดจะเหมือนขวดขายจริงทุกประการ บางแบรนด์จะมาแบบกระสือ คือ ไม่มีฝา เช่น Juicy Couture บางรุ่น หรือบางที มาเหมือนขวดขายแต่กล่องเป็นสีน้ำตาล หรือขาว เช่น Marc Jacobs หรือบางแบรนด์ กล่องก็เหมือนกล่องขาย แต่ติดสติกเกอร์ว่า เป็น Tester หรือ Demonstration เช่น Lancome อันนี้แล้วแต่ทางแบรนด์เลยค่ะ ซึ่งประเภทนี้ ราคาจะค่อนข้างถูกกว่าราคาเต็มเยอะมาก


บางทีราคาประมาณ 40% ของราคาขายจริง เนื่องจากทางผู้ผลิต ทำออกมาเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองก่อนซื้อสินค้าจริง จึงไม่ได้มีการตั้งไว้เพื่อขาย และอาจใช้ตัวเทสเตอร์ เป็นของสมนาคุณเมื่อมียอดซื้อถึงตามที่กำหนดค่ะ ในต่างประเทศ มีการซื้อขายเทสเตอร์กันอย่างแพร่หลายค่ะ ส่วนในไทย อันนี้ไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดนะคะ


Sample


ก็คือ เจ้าหลอดจิ๋วที่ทางเคาท์เตอร์มักจะแจกให้ทดลองใช้กัน มีทั้งแบบแต้ม และแบบสเปรย์ จะมีขนาดตั้งแต่ 0.7 มิล ไปจนถึง 2 มิลค่ะ


Travel Size


เป็นขนาดจำลองมาจากขวดใหญ่ สามารถพกพาได้ง่าย ขนาดน่ารัก ส่วนมากจะมาในรูปแบบแตะแต้มนะคะ สเปรย์จะหาได้น้อยหน่อย ใน King Power Duty free นี่มีเยอะมาก ละลานตาเลยค่ะ เราเองก็ชอบมองบ่อยๆค่ะ หรือว่าจะมาในรูปแบบของโรลออน กลิ้งๆหมุนๆเอา ใน Sephora ก็มีหลายกลิ่นนะคะ 


ทีนี้ มาดูน้ำหอมปลอมบ้างดีกว่า


ตัวน้ำหอมปลอมนี้ หลักๆคือการนำเอาหัวน้ำหอมที่แต่งกลิ่นเลียนแบบ มาผสมกับแอลกอฮอลล์ และหยอดมัสก์ลงไป ตามสูตรสำเร็จที่ร้านขายเคมีพิมพ์แจกนะคะ อันนี้เป็นแบบบ้านๆเลย และปลอมไปจนถึงการทำบรรจุภัณฑ์ ที่บางครั้งก็เหมือนจนแยกไม่ออกเลยทีเดียว แล้วทีนี้ เราจะสังเกตได้อย่างไรว่า ที่เลือกซื้อมาน่ะ ของแท้??


อันดับแรก เราอยากให้ดูที่ราคาก่อนค่ะ น้ำหอมแต่ละยี่ห้อ ตุ้นทุนการผลิต บรรจุภัณฑ์ ค่าการตลาด มาจากหลากหลายที่ ซึ่งการที่ทุกยี่ห้อ ทุกขวด ราคาเดียวกัน อันนี้ถือว่าน่าสงสัยค่ะ ราคาส่วนใหญ่ที่เราใช้กะแบบหยาบๆ คือ ไม่ควรต่ำกว่าราคาเคาท์เตอร์ 50% ถ้าต่ำกว่า เราจะคัดออกทันทีค่ะ


ต่อมา ในรูปของบรรจุภัณฑ์ ลักษณะของกล่อง และขวด ไม่สามารถบอกได้ 100% ว่า แท้หรือไม่ แต่ให้สังเกตที่คอขวด และหลอดของน้ำหอมข้างใน โดยใช้อ้างอิงจากเคาท์เตอร์ (ในกรณีที่ทำได้ เช่น ขอให้แม่ค้าแกะกล่อง แล้วเทียบกับของที่มีอยู่) ช่วงหลังมานี่ ธุรกิจที่นิยมทำกัน คือ การรับซื้อขวดเปล่ามาแงะฝา แล้วบรรจุน้ำหอมปลอมเข้าไป ซึ่งการดูที่คอขวด จะช่วยคัดเลือกได้อีกขั้นค่ะ


กลิ่น ข้อนี้จะสังเกตได้ยาก เพราะต้องนำของมาดมก่อนนะคะ จากที่ลองมานั้นพบว่า ของจริง ไม่จำเป็นต้องกลิ่นติดทน หรือของปลอม ไม่จำเป็นต้องกลิ่นจางค่ะ เราเองเจอมาหลายเคสแล้ว ที่ของปลอมกลิ่นทนกว่าของจริง จนคนใช้เชื่อว่า ปลอมคือจริง จริงคือปลอมนะคะ

น้ำหอมบางแบรนด์ ไม่จำเป็นต้องมี top Note, Middle Note, Base Note บางตัวมาแบบกลิ่นเดียวต้นจนจบ หรือโน้ตแหว่งเว้าก็มีค่ะ ที่เห้นได้ชัด คือ โจ มาโลน เพราะจุดขายเค้า คือการผสมผสานกลิ่นให้ได้กลิ่นใหม่ตามใจผู้ใช้ จึงไม่ต้องมีโน้ตแบบเต็มขั้นค่ะ


ทั้งนี้ การที่น้ำหอมจะทนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเคมีของผิวผู้ใช้ สภาพอากาศ การเก็บรักษาด้วยเช่นกัน อยู่ที่แต่ละคนเลยค่ะ สังเกตง่ายๆเลย เวลาฉีดลงบนกระดาษ กับฉีดลงบนผิว กลิ่นที่ได้ ก้จะต่างออกไปอีก ถึงแม้การดมจะมาจากคนๆเดียวกันค่ะ


อันนี้เป็นหลักคร่าวๆนะคะ มีภาค 2 ให้ได้อ่านกันค่ะ ( ^ _ ^ ) 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s