กิฟท์แกะกล่องกัน กับ Jo Malone บนโต๊ะเครื่องแป้ง 12 กลิ่น ค่ะ

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมารีวิวน้ำหอมแบรนด์ในดวงใจ “โจ มาโลน” นั่นเอง เราว่าน้ำหอมยี่ห้อนี้ เป็นยี่ห้อในใจของใครหลายๆคน ด้วยกลิ่นที่ดมแล้ว รู้สึกสะอาด ชื่นใจ และจุดเด่นที่แต่ละกลิ่น สามารถนำมาฉีดรวมกัน (ภาษาของโจ มาโลน เรียกว่า Combine ค่ะ) ถึงแม้ว่าจะอยู่ไม่ค่อยทน สำหรับอากาศบ้านเราสักเท่าไหร่

แต่ก่อน โจ มาโลนไม่เคยอยู่รายการซื้อของของเรามาก่อน เพราะราคาที่เรารู้สึกว่าเกินเอื้อม ขวดนิดเดียว 30 มิลลิลิตร อยู่ที่ 2,400 บาท/100 มิลลิลิตร ราคา 4,200 บาท (ราคาเคาท์เตอร์ที่พารากอนนะคะ) ในปริมาณที่เท่ากัน เราสามารถซื้อยี่ห้ออื่นได้สบายๆเลย

แต่จุดเปลี่ยนใจเราก็มาถึง เราได้รู้จักกับพี่คนหนึ่งที่เป็นเคยเป็น Brand Manager ของโจ มาโลน มาก่อน เค้ามักจะฉีดมาที่ประจำ และให้เราดมตลอด กลิ่นแรกที่ดมจากผิวของพี่เค้า คือ Nectarine Blossom & Honey ซึ่งบอกตามตรงว่า ไม่ค่อยได้กลิ่นค่ะ (แป่ว…วว) จากนั้นก็เลยจำฝังใจ ต้องตามไปดมที่เคาท์เตอร์

แต่วันนั้น ดมแล้วก็ยังไม่โดนค่ะ …เฮ้อ…กว่าจะได้ของที่คิดว่าถูกใจเนี่ย มันยากจริงๆ (เหมือนจะซื้อของยากเนอะ สงสัยยังไม่แพ้ทางฮวงจุ้ย )

หลังจากนั้นไม่นาน เรามีไฟลท์บินไปต่างประเทศ ได้ไปช้อปที่คิง พาวเวอร์ ช่วงนั้นเป็นเดือนเกิดพอดี เลยได้ส่วนลดพิเศษ ชิ้นที่หนึ่ง ลด 30% ที่รางน้ำ แล้วได้ cash back คืนในบัตร แล้วยังได้ลดชิ้นที่ 2 อีก 25% ที่สุวรรณภูมิ

เราไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ตั้งนาน ไม่ได้ของสักที เลยเดินเข้าร้าน โจ มาโลน นั่นเอง ก็เป็นเหตุที่มาของสิ่งแรกในช้อปปิ้งลิสต์เวลาไปต่างประเทศค่ะต้องซื้อทุกครั้งเลย

อ่ะ ….เล่าเรื่องมาซะนาน เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ป้าโจ มาโลนที่รับเข้าบ้าน นางมาเป็นคู่ค่ะ บีเอที่คิงพาวเวอร์ เป็นคนเลือกให้ 

กลิ่น English Pear & Freesia และกลิ่น Nectarine Blossom & Honey

รูปของเราไม่สวยเหมือนเว็ปนะคะ เอามาดูคู่กันเลยละกัน อ่อ ..ความรู้สึกบรรยายกลิ่นเนี่ย เป็นความรู้สึกของเราเองล้วนๆ อาจจะไม่ตรงกับเพื่อนๆนะคะ

กลิ่น English Pear & Freesia

คำโปรยในเว็ป 

“The essence of autumn. The sensuous freshness of just-ripe pears is wrapped in a bouquet of white freesias, and mellowed by amber, patchouli and woods. A luscious and golden scent.”

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

กลิ่นหอมสดชื่น ขาว สะอาด และบางเบา รู้สึกเหมือนอยู่ในห้องที่มีดอกไม้สีขาววางอยู่เต็มห้อง ดมครั้งแรกก็ตกหลุมรักทันทีเลยถอยขวดใหญ่มาเลยค่ะ

กลิ่นนี้จะฟุ้งกระจายได้ดีในพื้นที่อากาศเย็น ถ้าฉีดตอนร้อนๆ กลิ่นจะจางไวมากค่ะ

กลิ่นถัดมา Nectarine Blossom & Honey

คำโปรยในเว็ป 

London’s Covent Garden early morning market. Succulent nectarine, peach and cassis and delicate spring flowers melt into the note of acacia honey. A sweet and delightfully playful fragrance.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

กลิ่น Nectarine (ลูกไหน) ขึ้นมาชัดมาก รู้สึกเหมือนได้กำลังได้กัดลูกพีชสดๆแช่เย็นๆ ชุ่มฉ่ำ หวานแอบซ่อนเปรี้ยวค่ะ

กลิ่นนี้ นำมาฉีดรวมกับ English Pear เข้ากันมาก เวลาฉีด เราจะลง Nectarine ก่อน แล้วตามด้วย English Pear ค่ะ บีเอบอกว่ากลิ่นที่ผสมออกมาเซ็กซี่มาก ไปเที่ยวกลางคืนเนี่ยแจ่มเลย

ปรากกฏว่าเราลองมาฉีดที่บ้าน สามีได้กลิ่น …งานเข้าเลยค่ะ ชมตลอดเลยว่าน้ำหอมกลิ่นหอมมาก ไม่เคยได้กลิ่นเราแบบนี้มาก่อน เหมือนโดนเสน่ห์ ได้กลิ่นแล้วหลงเลยทีเดียว (เสร็จล่ะ ได้ไม้ตายมาหนึ่ง ไปไหนไม่รอดแล้ว ตี๋เอ๊ย…..ยยย)

กลิ่นต่อมา Pomegranate Noir 

คำโปรยในเว็ป 

The sensuality of a daring red dress. Ruby-rich juices of pomegranate, raspberry and plum are spiked with pink pepper and laced with Casablanca lily and spicy woods. A dark and enigmatic fragrance.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

ตัวนี้กลิ่นเครื่องเทศค่อนข้างชัดค่ะ ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นแรงๆอาจจะยี้กลิ่นนี้ไปเลย แต่ว่ากลิ่ค่อนข้างทนกว่ากลิ่นอื่นนะคะ แต่เราไม่ชอบฉีดเดี่ยวๆ เพราะรู้สึกว่ากลิ่นเข้มไปหน่อย

ตัวนี้เรามีขนาด 100 มิลลิลิตร เพื่อนสนิทซื้อให้เป็นของขวัญแต่งงาน เนื่องจากมางานแต่งของเราไม่ได้น่ะค่ะ ถอยมาจากช้อปที่พารากอน เราให้เพื่อนเป็นคนเลือกให้ เพราเราลังเล เลือกไม่ถูก เผอิญเค้าเป็นแขก เลยได้กลิ่นเครื่องเทศมาซะเลย แขกหอม…..มมมม

รู้สึกว่าจะได้ Sample มาอีก 3 กลิ่นไว้สำหรับฉีดผสมกันค่ะ ใครซื้อไวศ์ใหญ่ ลองถามหาของแถมเพิ่มนะคะ

อ่อ ลืมบอก เราชอบผสมกลิ่นนี้กับ Grape fruit หรือไม่ก็ Vintage Gardenia ค่ะ 

กลิ่นต่อมา Orange Blossom

คำโปรยในเว็ป 

A shimmering garden oasis. Clementine flower sparkles over a heart of orange blossom and water lily, with warm undertones of orris and balsamic vetiver. This scent is a pure delight.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

หลังจากฉีดปุ๊บ เรารู้สึกว่าพวงดอกส้มลอยขึ้นมาเต็มหน้าเลยค่ะ คือดมกลิ่นจะรู้เลยว่าเป็นส้ม แต่ไม่ใช่ผลส้ม เพื่อนๆงงกันไหมเอ่ย สดชื่นดีค่ะ แต่ก็ไม่ได้ปลื้มอะไรมากมาย

ตอนที่ซื้อ เราอยากได้กลิ่นอื่นๆที่มาผสมกับ Pomegranate เพราะเราไม่ค่อยชอบกลิ่นเดี่ยวๆของเค้า มันแรงแล้วก็รู้สึกร้อนไปหน่อย อยากให้มีกลิ่นอื่นมาช่วยให้เย็นลง บีเอเลยแนะนำกลิ่นนี้มาให้  พอลองฉีดผสมกัน ก็ยังไม่ใช่กลิ่นที่เราชอบค่ะ สุดท้าย ตัวนี้เลยฉีดเดี่ยวๆซะเลย

กลิ่นถัดมา Grapefruit

คำโปรยในเว็ป 

Abundant grapefruit groves in coastal Spain. Rosemary, peppermint and pimento add perfect piquancy to grapefruit’s bright and sunny nature. An uplifting and refreshing scent.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

กลิ่นเหมือนยาเลยค่ะ หอมแต่ขมๆในคอ (ตกลงมันเรียกว่าหอมไหมน่ะ) ฉีดเดี่ยวๆก็ยังคงงุนงงในตัวเอง

ขวดนี้เราฝากสามีซื้อตอนเค้าไปต่างประเทศค่ะ เลยไม่ได้ดมกลิ่น แต่เห็นในเมนูผสมกลิ่นตัวอย่าง บอกว่าเข้ากันได้ดีกับ Pomegranate ก็เลยสั่งซื้อมา ขวดนี้มีที่มาตลกนิดนึงค่ะ ตอนที่เราฝากซื้อ

สามีเรา : หมี เธอจะซื้ออีกทำไม ขวดเหมือนกับที่บ้านเลย

เรา : ตี๋ มันคนละกลิ่นกัน เห็นชื่อมั้ยน่ะ

สามีเรา : ใช่สิ เราไม่ใช่จมูกหมาเหมือนเธอนิ

แป่ว….รู้สึกเหมือนจะชม แต่ไม่ใช่แฮะ แต่ช่างเถอะ สุดท้ายก็ต้องวื้อมาให้อยู่ดี คริ คริ

อ่อ ….พอเราผสมกับ Pomegranate เหมือนโลกมันเปลี่ยนไปเลยค่ะ กลิ่นที่ได้ติดทนนานมากขึ้น และหอมสดชื่นขึ้นมาทันที ช่วงอากาศร้อนเรามักจะใช้คู่นี้ค่ะ

ต่อมา Wild Bluebell

คำโปรยในเว็ป 

Vibrant sapphire blooms in a shaded woodland. The delicate sweetness of dewy bluebells suffused with lily of the valley and eglantine, and a luscious twist of persimmon. A mesmerising fragrance.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

กลิ่นสดชื่น รู้สึกเหมือนลมพัดกลิ่นทุ่งดอกไม้บางเบาลอยเข้าจมูก (เว่อร์ไปป่ะเนี่ย) หลังจากฉีดไม่นาน กลิ่นก็จางค่ะ ตัวนี้ฉีดเดี่ยวๆก็หอม แต่เราแอบโรคจิตเล็กน้อย ไม่ชอบใช้กลิ่นเดี่ยวๆ เราฉีดผสมกับ English Pear & Freesia ค่ะ ทีนี้ เลยกลายเป็นแจกันดอกไม้ลอยมาทั้งอัน ฮ่ะ ฮ่ะ หอมชื่นจาย….ยยย

เรามักจะฉีดตอนก่อนนอนค่ะ หอมเย็นหลับสบายดี

ตัวต่อมา ลูกรักของเราเลยค่ะ White Jasmine & Mint 

คำโปรยในเว็ป 

A sun-drenched morning in an English country garden. Just-crushed wild mint adds a dash of eccentricity to an exuberant bouquet of jasmine, lily, orange flower and rose. An enchanting fragrance

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

หอมมาก หอมที่สุด หอมจนเพ้อ (บรรยายกลิ่นแบบลำเอียงสุดๆอ่ะ) ตัวนี้ไม่ใช่กลิ่นมะลิแบบของ Hann หรือ Thann นะคะ อันนั้นเหมือนพวงมาลัยมะลิสดลอยเต็มหน้า) แต่หอมแบบมีชั้นเชิง คือหอมมะลิบางๆแล้วมีกลิ่นมินต์เย็นๆแซมเข้ามา 

แต่กลิ่นไม่ค่อยทนนะคะ ต้องฉีดตอนอยู่ในห้องแอร์ ด้วยความที่เราชอบมาก เรามักจะฉีดกลิ่นนี้ตอนอารมณ์ไม่ค่อยดี พอได้กลิ่นปุ๊บ รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันทีค่ะ 

เคยผสมกับ Wild Bluebell แต่ไม่เด็ดเท่าผสมกับ Orange Blossom เราใช้ผสมกับน้องดอกส้มเวลาไปคุยงานกับผู้ใหญ่ค่ะ 

ต่อมา Vintage Gardenia (Dis cont.)

คำโปรยในเว็ป 

A captivating blend, the classic florals gardenia and tuberose are combined with cardamom, sandalwood and myrrh to create a rich seduction of the senses.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

หวานมาก..กก กลิ่นออก vintage นิดๆ ถ้าจำไม่ผิด Gardenia คือดอกพุดซ้อน เราชอบมากเลยค่ะ เสียดายที่ไม่ได้ซื้อขวดใหญ่มา

แต่ แต่ ….กลิ่นนี้ เค้าเลิกผลิตแล้วน่ะสิ กรี๊ซ…..ซซซซ ดิฉันกรีดร้องอย่างเสียสติ เมื่อเจอกลิ่นที่ถูกใจ ไฉนจึงเลิกผลิตด้วยเล่า…..

เราชอบฉีดเดี่ยวๆ หรือไม่ก็ผสมกับ Pomegranate ค่ะ กลิ่นที่ได้จะหวานหอมมากขึ้น

กลิ่นคลาสสิคตลอดกาล Red Rose 

คำโปรยในเว็ป 

The essence of modern romance. A voluptuous blend of seven of the world’s most exquisite roses. With crushed violet leaves and a hint of lemon, it unfolds like a bouquet of freshly cut flowers. A surprisingly clean and sheer fragrance.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

กลิ่นกุหลาบค่ะ กุหลาบจริงๆ เป็นกุหลาบสดๆเลย แต่ว่าเราไม่ชอบน้ำหอมกลิ่นกุหลาบ(แล้วซื้อมาทำไมล่ะยะ หล่อน!!) ซึ่งเราใช้ไม่ค่อยบ่อยนะคะ ยกเว้นวันๆหนที่นึกขึ้นได้ว่าดูแลพวกนางไม่ทั่วถึง ก็จะหยิบขึ้นมาฉีดทีนึง

มีอยู่ครั้งนึงฉีดกลิ่นนี้ไปทำงานแล้วลืม นั่งบ่นพึมพำอยู่คนเดียวว่า ใครใช้กลิ่นกุหลาบฟระ พอกลับมาที่บ้านจะอาบน้ำ ดันได้กลิ่นจากเสื้อตัวเอง กร๊าก…กก ตรูเองนี่หว่า อ๊าย…อาย

กลิ่นนี้ค่อนข้างติดทนนะคะ ใครชอบกุหลาบ รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ อ่อ ตัวน้ำหอมมีสีชมพูจางๆนะคะ น่ารักดี

ต่อมา เป็นสองสาวใส่กล่องมาด้วยกัน เลยจับคู่กันไปเลย

Vanilla & Anise 

คำโปรยในเว็ป 

A modern story of vanilla. The fragile vanilla orchid forms the perfect counterpoint to the oaky caramel-rich vanilla bourbon, spiced with star anise. A warm and enveloping scent.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

เราเป็นคนชอบน้ำหอมกลิ่นวานิลลา รู้สึกว่าเหมือนขนมดี แต่วานิลลาตัวนี้ทำให้รู้สึกต่างออกไปค่ะ เค้าไม่ได้หวานเหมือนยี่ห้ออื่น แต่มีความขมนิดๆของ Anise (พูดให้เหมือนดูดี จริงๆก็คือ โป๊ยกักบ้านเราเนี่ยล่ะค่ะ) เลยทำให้กลิ่นไม่เลี่ยนจนเกินไปค่ะ

Blue Agava & Cacao

คำโปรยในเว็ป 

The rhythm of Latin music — sexy, edgy and persuasive. Fresh limes and zesty grapefruit dance over a heart of blue agava flower. Sea salt cuts through the primitive rawness of cacao to reveal the sensuality of vetiver, cinnamon and musk. A provocative fragrance.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

กลิ่นโกโก้ลอยตัวขึ้นมาก่อน แล้วตามด้วยซินนามอน (ก็เจ้าอบเชยนั่นแหละ) ถึงแม้ว่าโจ มาโลน จะนำแนกให้อยู่คนละหมวดกับ Vanilla แต่เราว่ากลิ่ก็มีความคล้ายกันอยู่ 

เราชอบใช้ Blue Agava ผสมกับ Vanilla ค่ะ กลิ่นที่หอมหวานอยู่แล้ว ก็จะหวานยิ่งขึ้นอีก วันไหนที่ต้องเข้าพบผู้ใหญ่เยอะๆ เราจะใช้กลิ่นนี้เลย ทำตัวเป็นเด็กๆกลิ่นขนมอ่อนๆน่าเอ็นดูค่ะ

กลิ่นสุดท้ายที่เราซื้อเข้าบ้านค่ะ

Blackberry & Bay

อันนี้ลืมถ่ายขวดจริงมา เราถอยขนาด 30 ml. มาค่ะ 

คำโปรยในเว็ป

Childhood memories of blackberry picking…A burst of deep, tart blackberry juice, blending with the freshness of just-gathered bay and brambly woods. Vibrant and verdant.

ความรู้สึกของเราหลังจากได้ใช้

กลิ่นเปิดของแบลคเบอรีทำให้เรานึกถึงสวนหย่อมเล็กๆหลังบ้านที่ชุ่มฉำ่ ตามมาด้วยใบเบย์ที่ทำให้กลิ่นดูอบอุ่นมากขึ้น และกลิ่นปิดจากซีดาห์วูด สร้างกลิ่นให้ทุ้ม และนุ่มมากขึ้นไปอีก เราว่ากลิ่นนี้มัน unisex หยิงใช้ได้ ชายก็ใช้ดีค่ะ เรามักจะ combine กับ orange blossom เวลาที่ต้องการให้กลิ่นสดใสมากขึ้น แต่ถ้าวันไหนอยากได้กลิ่นที่หม่นกว่าเดิน เราจะ combine กับ pomegranate noir ค่ะ

อ่อ เพื่อนๆคงสงสัยว่าทำไมเราถึงซื้อขวดเล็ก 

จริงๆถ้าซื้อขวดใหญ่ เห็นได้ชัดเลยว่าคุ้มกว่าขวดเล็กมากมาย จ่ายสองเท่าแต่ได้ปริมาณสามเท่า

แต่เราเป็นคนชอบผสมกลิ่นค่ะ เลยอยากมีครบทั้งยี่สิบกว่ากลิ่น อีกอย่างของพวกนี้ก็มีวันหมดอายุนะคะ ถ้าจำไม่ผิดพอเริ่มครบสองสามปี กลิ่นจะเพี้ยนนิดๆแล้ว แถมขวดยังพกพาไปไหนมาไหนด้วยได้ค่ะ

ตอนนี้เรายังคงมีเป้าหมายว่า จะสอยมาให้ครบแน่นอนค่ะ แต่อาจจะช้าหน่อย เพราะปีหน้าตั้งใจว่าจะไม่เที่ยวเยอะแยะ อาจจะต้องซื้อที่เคาท์เตอร์ในห้างก็ได้

One comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s