กิฟท์แกะกล่องกันกับ Monotheme Venezia – 14 กลิ่น!!!

Monotheme Information
Released Year ปีที่วางจำหน่าย : Brand Grand opening 2003 (In-House Brand of Mavive Venezia)
Perfumers : Collaboration with perfumers Lorenzo Vidal, Symrise and Pierre-Constantin Guéros

Monotheme เป็นน้ำหอมจากอิตาลี อยู่ภายใต้เครือบริษัท Mavive ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดย Mr. Massimo Vidal ตระกูล Vidal เริ่มเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายในช่วงต้นทศวรรษ 1900 ปัจจุบัน Mavive อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูล Vidal รุ่นที่สามและสี่ ปัจจุบันสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเวนิสค่ะ

จุดเริ่มต้นที่เรารู้จักยี่ห้อนี้ มาจากกลิ่น Vetiver Bourbon ที่ได้ลองจากบ้านของเพื่อน แล้วพอได้ลองกลิ่นอื่นๆเพิ่ม ถึงแม้ว่าจะสัมผัสได้ว่าบางขวดเนี่ย กลิ่นแอลกอฮอลล์ค่อนข้างแรง แต่ว่ากลิ่นของน้ำหอมเองมีความเรียบร้อย ช่วงรอยต่อโน้ตไม่สะดุด กลิ่นสดชื่นแต่ก็แฝงรายละเอียดพอสมควร เลยค่อนข้างให้คะแนนแบรนด์นี้ในใจตัวเองไว้สูงค่ะ เราว่ากลิ่นดี ราคาไม่แพงมาก พอเห็นมีขายที่ไหน อดซื้อเก็บไว้ไม่ได้เลย ก็เลยกลายมาเป็นเซตใหญ่อย่างที่เห็นเลย

รีวิวที่ทำในโพสต์นี้ เริ่มต้นที่ 14 กลิ่น ถ้ามีกลิ่นใหม่ๆมาเพิ่ม จะนำมาเติมไว้ตรงโพสต์นี้นะคะ

รายชื่อกลิ่น 14 กลิ่น เรียงตาม A – Z มีดังนี้ค่ะ

Agrumi Di Sicilia/Apotheose De Rose/Bergamotto/Boccioli Di Limone/Camelia/Cherry Blossom/Ciclamino/Daisy Daisy/Lime/Mediterranean Coast/Sea Salt/Vanilla Blossom/Verde D’Arancia/White Gardenia

รีวิวเราขอเรียงตามรูปที่เราจับกลุ่มไว้นะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวงงเอง

เริ่มที่กลุ่มกลิ่นบางๆก่อนเนอะ
Ciclamo Fragrance Notes :
Top Notes : Freesia, Apple and Black Currant
Middle Notes : Cyclamen, Rose and Jasmine
Base Notes : Musk, Cedar and Amber

เห็นชื่อแปลกๆเลยหาความหมายดู อ๋อ นี่คือภาษาอิตาเลียนของดอกไซคลาเมน (ที่เราไม่เคยดมกลิ่นจริงๆ) นั่นเอง

ขวดนี้เป็นกลิ่นดอกฟรีเซียเจือแอปเปิ้ลเขียวสดชื่น นำหน้ามาก่อนที่กลิ่นของดอกมะลิและดอกกุหลาบจะค่อยๆแย้มบาน แล้วทิ้งกลิ่นหวานยางไม้แอมเบอร์ไว้ติดผิว

ฉีดตอนแรก ไม่ชอบกลิ่นนี้เลยค่ะ เราว่าเขียวแปลกๆ แต่พอทิ้งไว้บนผิวให้กลิ่นคลายตัวแล้วพบว่ากลิ่นน่ารัก เป็นโทนดอกไม้ หวานสะอาด ใช้ง่ายมากๆเลยค่ะ

ความฟุ้งและทน เข้าขั้นน้อยเลยนะคะ แต่กลิ่นไม่แสบจมูก ฉีดบ่อยๆเรื่อยๆได้ทั้งวันค่ะ

Apotheose de Rose Fragrance Notes :
Top Notes : Pear and Mandarin Orange
Middle Notes : Rose
Base Notes : Tonka Bean, Musk and Patchouli

กลิ่นนี้สาวๆชอบกันเยอะ เป็นกลิ่นที่ดังอีกกลิ่นหนึ่งเลยค่ะ ถ้าชอบกุหลาบโทนสดใส อยากใหมองขวดนี้ค่ะ

กลิ่นเปิดเริ่มต้นที่ส้มหวานอมเปรี้ยวและลูกแพร์ ก่อนที่จะจางลงให้กลิ่นกุหลาบกลีบสีชมพูบอบบางเผยตัวขึ้นมา ซึ่งช่วงกลางกลิ่นนี้จะเป็นกลิ่นกุหลาบผสมกับดอกฟรีเซียราวกับช่อดอกไม้ และเสริมความหวานด้วยถั่วตองก้า และมีกลิ่นของพัชชุลีที่ทำให้มิติของกลิ่นกุหลาบสมจริงและน่าสนใจมากขึ้นค่ะ

กลิ่นนี้ฟุ้งกลางๆ ทนแบบกลิ่นผิว (ต้องฉีดเยอะหน่อยนะคะ) ถึงจะมีกลิ่นลอยตามลมค่ะ

Daisy Daisy Fragrance Notes :
Top Notes : Green Notes and Fruity Notes
Middle Notes : Daisy, Gardenia, Lily-of-the-Valley and Egyptian Jasmine
Base Notes : White Musk, Cashmere Wood and Sandalwood

เห็นชื่อกลิ่นแล้วก็สงสัย ดอกเดซี่มีกลิ่นมั้ย เพราะเครือญาติเดียวกับดอกเบญจมาศที่กลิ่นออกเขียวๆ แต่พอลองเเล้วพบว่ามีอะไรมากกว่านั้นค่ะ

กลิ่นDaisy Daisyค่อนข้างไปทางกลิ่นเขียวใบไม้ โดยที่ขวดนี้เติมกลิ่นของดอกลิลลี่ออฟเดอะวัลเล่ย์และมะลิให้มีกลิ่นของดอกไม้โทนสีขาวบางๆ แต่ก็มีแฝงกลิ่นสาบจากแคชเมียร์เล็กน้อย

White Gardenia Fragrance Notes :
Top Notes : Bergamot and Tangerine
Middle Notes : Gardenia
Base Notes : Musk and Woody Notes

เป็นขวดที่เล็งเพราะชื่อกลิ่น ซื้อแบบไม่อ่านโน้ต ไม่คิดอะไรเพราะวางใจน้ำหอมบ้านนี้ว่าใช้ง่าย กลิ่นไม่ทึบค่ะพอได้ลองแล้วก็ยิ่งชอบมากขึ้น เพราะปกติน้ำหอมกลิ่นดอกพุดซ้อนเนี่ย จะออกครีม ขาว ทึบ บางกลิ่นก็ติดกลิ่นมะพร้าว เวลาที่เราใช้ช่วงอากาศร้อนๆ กลิ่นจะหนึบหนับไปหมดเลยล่ะค่ะ

แต่ว่าขวดนี้กลิ่นดอกพุดมาแบบบอบบางติดหยดละอองน้ำเล็กน้อย ราวกับเด็ดดอกสดมาดมพร้อมกิ่งก้านติดใบเขียว พร้อมหยอดความสดชื่นเล็กน้อยด้วยกลิ่นมะกรูดฝรั่งเบาๆ ค่อนข้างไปในโทนสดชื่นค่ะ

ความฟุ้งความทน ได้แค่เกือบๆปานกลาง กลิ่นจางไวค่ะ ฉีดตอนแรกให้กลิ่นแอลกอฮอลล์จางไปก่อนนะคะ หลังจากนั้นจะได้ชื่นชมกลิ่นอย่างเต็มที่ค่ะ

Camelia Fragrance Notes :
Top Notes : Citruses
Middle Notes : Camilia
Base Notes : Amber

Camilia เนี่ยซื้อเพราะฉลากเลยล่ะค่ะ ชอบโทนสีนี้ แต่พอลองกลิ่นนะ ตอนแรกไม่ชอบเลย หลังจากนั้นลูกชายเอามาฉีดแล้วเรามาได้กลิ่นช่วงกลาง โห กลายเป็นลูกรักไปเลยค่ะ

เพราะกลิ่นที่ได้ เป็นกลิ่นดอกไม้ที่กลีบบางติดกลิ่นแป้งโทนหวานอบอุ่น มีความสดใสนิดๆจากกลิ่นส้มบางๆค่ะ ไม่มีกลิ่นอับหรือสาบเหมือนคามีเลียจากที่อื่น และข้อดีของกลิ่นนี้คือติดทนเกินความคาดหมาย อยู่ได้ถึง 6-7 ชั่วโมงเลยค่ะ ถ้าชอบกลิ่นสะอาดติดหวานเล็กน้อย ขวดนี้เหมาะเลยแหละ

Cherry Blossom Fragrance Notes :
Top Notes : Cherry
Middle Notes : Cherry Blossom
Base Notes : Musk and Woody Notes

ปกติแล้ว Cherry Blossom หรือซากุระ ไม่มีกลิ่น แต่ผู้ปรุงน้ำหอมมักจะจำลองภาพของดอกซากุระมีตีความหมายของกลิ่นใหม่ ซึ่งขวดนี้ทำได้แปลกดีค่ะ เอากลิ่นของผลเชอร์รี่มาใส่ให้จบๆไปเลย แล้วใส่กลิ่นของดอกไม้โทนสีชมพู ตบท้ายไปด้วยมัสก์อ่อนละมุน เป็นกลิ่นที่สดใส น่ารัก ใช้ได้เรื่อยๆค่ะ

ความฟุ้ง ความทน บนผิวเราถือว่าน้อยมาก 2-3 ชั่วโมง กลิ่นหายแว้บหมดเลย เป็นกลิ่นที่เราชอบเอามาใช้แทนโคโลญจน์ช่วงร้อนมากๆค่ะ

Mediterranean Coast Fragrance Notes :
Top Notes : Green Tea
Middle Notes : Fig Leaf and Jasmine
Base Notes : Musk

พามาเดินเลียบหาดกันบ้างนะคะ กับกลิ่น Mediterranean Coast ที่เปิดกลิ่นมาด้วยชาเขียวและใบฟิก มีความอะโลฮ่า ชาวเกาะอยู่บ้าง เพราะกลิ่นเขียวของใบฟิก บางวูบก็คล้ายกลิ่นมะพร้าว อันนี้เพิ่มมะลิลงไปอีกหน่อย ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กลิ่นมากขึ้น เป็นกลิ่นโทนสดชื่น เหมือนนั่งดื่มน้ำมะพร้าวริมหาดค่ะ

กลิ่นนี้ฟุ้งและทนกลางๆ ถ้าอากาศร้อน กลิ่นจะแน่นขึ้นหน่อยนะคะ

Sea Salt Fragrance Notes :
Top Notes : Hazelnut
Middle Notes : Marine Notes, Spicy Notes , Lavendin
Base Notes : Marine Wood, Guaiac Wood

ขวดนี้ซื้อเพราะอยากได้เฉยๆ ไม่มีเหตุผล แต่กลายเป็นกลิ่นที่ชอบแบบงงๆ เพราะเราไม่ค่อยชอบโทรกลิ่นเกลือ ไม่ชอบกลิ่นผิวเค็มๆ แต่ขวดนี้เท่ห์มากค่ะ เป็นกลิ่นเค็มแบบละอองน้ำทะเลบางๆ แล้วมีกลิ่นของลาเวนดิน (ที่คล้ายลาเวนเดอร์) มาเติมความสดชื่น และกลิ่นเครื่องเทศบางเบา พรั่งพร้อมกลิ่นไม้ที่ปิดท้ายให้กลิ่นมีมิติ กลายเป็นกลิ่นผิวหอมอย่างน่าตกใจ

ความฟุ้งความทน ระดับกลางๆค่ะ แต่ให้คะแนนพิเศษเพราะเราชอบเองค่ะ

Vanilla Blossom Fragrance Notes :
Top Notes : Orchid
Middle Notes : Vanilla , Fruity Notes
Base Notes : Woody Notes, Guaiac Wood

กลิ่นวานิลลาขวดนี้ หอมแบบเกินราคามาก เพราะหอมหวานแบบชวนหลงใหล กลิ่นออกไปทางดอกไม้มากกว่าโทนขนมหวาน และมีกลิ่นของไม้หอม พ่วงด้วยดอกกล้วยไม้ ดมแล้วรู้สึกเหมือนได้ดมดอกกล้วยไม้ที่เคลือบคาราเมลบางๆค่ะ หวานแบบไม่เลี่ยนเลย

แถมทั้งฟุ้งและทน ทำหน้าที่น้ำหอมได้เกินค่าตัวไปเยอะมาก ถ้าชอบโทนกลิ่นหวานๆแบบสุภาพ ไม่ออกทางยั่วยวน แนะนำขวดนี้เลยค่ะ

มาที่โทนของมวลส้มสูกลูกไม้บ้างดีกว่า เป็นโทนกลิ่นที่ใช้ง่ายในบ้านเราเลยค่ะ

Agrumi di Sicilia Fragrance Notes :
Top Notes : Bitter Orange, Tangerine and Orange Blossom
Middle Notes : Butterbush and Jasmine
Base Notes : White Musk

กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่รวมทั้งมวลส้มมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล และใบ จะได้กลิ่นทั้งความสดชื่น และความเปรี้ยวฉ่ำอมหวานในคราวเดียว คนรักต้นส้มจะรักกลิ่นนี้แน่นอน เป็นกลิ่นที่เรียกความความสดชื่นได้ดีมากๆเลยค่ะ

กลิ่นนี้ฟุ้งแต่ไม่ทน ฉีดฉ่ำๆแทนละกันนะคะ

Boccioli di Limone Fragrance Notes :
Top Notes : –
Middle Notes : Lemon
Base Notes : –

ตระกูลขวดส้มเนี่ย มีหลายกลิ่นมากๆเลย แต่บางกลิ่นเราก็ไม่ทันได้ซื้อ เห็นช้าไป ของหมดก่อน

ว่ากันว่าไลน์นี้ เน้นเป็นกลิ่นเดียวของตระกูลซีตรัส อย่างน้องบ๊อก (เราตั้งชื่อเล่นให้เองค่ะ ชื่ยาว จำไม่หมด) จะเป็นกลิ่นของเลมอน (มะนาวเหลือง) เปรี้ยวฉ่ำเลย กลิ่นสดชื่นค่ะ ฟุ้งตอนฉีด และหายไวตามเคย มีกลิ่นของดอกแซมนิดหน่อยเองค่ะ

Bergamotto Fragrance Notes :
Top Notes : –
Middle Notes : Bergamot
Base Notes : –

อย่าง Bergamotto เนี่ย ก็มะกรูดฝรั่ง กลิ่นท๊อปโน้ตยอดฮิตของน้ำหอมทั้งหลายทั้งมวล กลิ่นเขาจะออกโทนขมเขียวติดเปรี้ยวค่ะ ถ้าใครอยากลองกลิ่นมะกรูดฝรั่งเพียวๆ ก็ลองหาขวดนี้มาดมนะคะ

ฟุ้งตอนต้น และไม่ทนเช่นเคย!

Verde d’Arancia Fragrance Notes :
Top Notes : –
Middle Notes : Orange
Base Notes : –

กลิ่นเปลือกส้มเขียวหวานบ้านเราเนี่ยล่ะค่ะ มีความฉ่ำน้ำเล็กน้อย พร้อมกลิ่นดอกสีขาวเบาๆ นึกถึงตอนปอกเปลือกส้มแล้วได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากเปลือก แบบนั้นเลยล่ะค่ะ

ฟุ้งแค่ตอนฉีด กลิ่นก็ไม่ทน แต่ก็ซื้อ เพราะชอบกลิ่นส้มค่ะ

Lime Fragrance Notes :
Top Notes : Petitgrain leaves
Middle Notes : Neroli , Linden blossoms , Lime
Base Notes : –

ขวดนี้เป็นขวดล่าสุดที่เราซื้อมาลอง เพราะเรามีมะนาวเหลืองแล้ว จะขาดมะนาวเขียวแบบไทยๆได้อย่างไร

กลิ่นเขียวนำมาก่อนเลยค่ะ ก่อนที่จะเริ่มเป็นกลิ่นน้ำมะนาวใสแบบเปรี้ยวเข็ดฟัน เราว่ากลิ่นเหมือนมาก ตอนฉีดนี่โดนแซวเลย ว่ากลิ่นเหมือนน้ำยาล้างจาน แต่สนมั้ย ก็ไม่เนอะ เราชอบของเราแบบนี้

กลิ่นฟุ้งตอนฉีดเช่นเคย แล้วก็ไม่ทนอีกเหมือนกัน เหมาะกับการฉีดเล่นๆ ฉีดเรื่อยๆแบบปลุกความสดชื่นค่ะ

โดยรวมแล้ว Monotheme เป็นน้ำหอมที่กลิ่นไม่แรงมาก ไม่เข้มข้น จะเป็นโทนที่ใช้ง่าย ราคาไม่แรงมาก (ยิ่งถ้าซื้อที่ต่างประเทศ ถูกจนน่าตกใจเลยล่ะค่ะ) เป็นยี่ห้อที่เหมาะกับอากาศบ้านเรามากๆ แถมกลิ่นก็ไม่ได้ซ้ำใคร สำหรับผิวแพ้ง่าย ทดลองฉีดเบาๆก่อนนะคะ เพราะลงผิวมีร้อนวูบวาบบนผิวค่ะ

เราสรุปกลิ่นให้ตามนี้ค่ะ แบบง่ายๆสั้นๆเลย

Ciclamo – กลีบดอกไม้บางเบา สดชื่น
Apotheose de Rose – ช่อกุหลาบชมพูและฟรีเซีย
Daisy Daisy – ช่อดอกไม้จิ๋ว น่ารัก สีขาว
White Gardenia – ดอกพุดขาวแซมละอองน้ำ
Camelia – แป้งหอมดอกไม้
Cherry Blossom – เชอร์รี่และพวงดอกไม้สีชมพู
Mediterranean Coast – มะพร้าวเขียว
Sea Salt – ไอทะเลและไม้หอม
Vanilla Blossom – ดอกกล้วยไม้เคลือบวานิลลา
Agrumi di Sicilia – ต้นส้มพร้อมดอกและผล
Boccioli di Limone – ดอกมะนาว
Bergamotto – มะกรูดฝรั่ง
Verde d’Arancia – ส้มเขียวหวาน
Lime – มะนาวไทย

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ

หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนี้ มาจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วน ๆ ซึ่งการรับรู้กลิ่นของแต่ละคนอาจต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความทรงจำ และบุคลิกของผู้ใช้ ดังนั้น หากมีโอกาส ขอแนะนำให้ลองกลิ่นด้วยตัวเองก่อนจะตัดสินใจซื้อนะคะ

Leave a comment