กิฟท์แกะกล่องกันกับ Voyager fragrance (15+3 กลิ่น)!!!

Voyager Information
Brand Reconnected Year (กลับมาอย่างเป็นทางการ) : 2024
Perfumers : Nutt Wesshasartar

ข่าวดีข่าวใหญ่ในวงการน้ำหอมของไทยในปีนี้คือ คุณณัท เวชชศาสตร์ ได้รับรางวัล Art and Olfaction Award in the Artisan category ปี 2025 ในสาขา Artisan จากผลงานน้ำหอม Mekha Aranya(เมฆา อรัญญา) ภายใต้แบรนด์ Siam1928 ค่ะ

นอกจากแบรนด์ Siam1928 ที่บอกเล่าเรื่องราวของไทยจากอดีตสู่อนาคต ด้วยประวัติศาสตร์ ตำนาน ประเพณีแล้ว ยังมีแบรนด์ Voyager ที่ถ่ายทอดเรื่องราวน่าประทับใจ มารังสรรค์เป็นน้ำหอม บอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่พบเจอมาจากประสบการณ์ชีวิตในช่วงต่างๆ เพื่อส่งต่อพลังงานด้านบวกไปสู่แรงบันดาลใจในอนาคตค่ะ

คอนเซปท์ของแบรนด์น่ารักและค่อนข้างแตกต่างจาก Siam1928 อย่างเห็นได้ชัด เราเลยหยิบน้ำหอมของ Voyager มาเล่าให้ฟังค่ะ

จริงๆแล้ว VOYAGER เขาเปิดตัวตั้งแต่ปี 2021 แล้วมา Reconnected Brand อีกที ในปี 2024 ค่ะ

ต้องแจ้งก่อนว่า เราทดลองกลิ่นจากหลอดไวออลที่ซื้อมาจากแบรนด์นะคะ ราคาที่เราซื้อ หลอดละ 250 บาท จะมีบางกลิ่นที่ไปอ้อนขอแบ่งมาลองเพราะไม่มีหลอดไวออลขายค่ะ (กลัวว่าเห็นเป็นไวออล จะนึกว่าได้ฟรี จริงๆคือซื้อมาค่ะ ไม่ได้มีสปอนเซอร์นะคะ)

ในโพสต์นี้เรารีวิวที่ 15+3 กลิ่น (เดี๋ยวเฉลยตอนท้าย ว่าทำไมบวกสาม) ถ้าในอนาคตมีกลิ่นอื่นๆเพิ่มเติม เราจะมาเขียนเพิ่มไว้ในโพสต์เดิมนะคะ

พร้อมเดินทางไปกับเราหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลยค่ะ!!

VOYAGER Flashbulb Fragrance Notes :
Top Notes : Rose, Orris Root
Middle Notes : Paper, Violet Leaf
Base Notes : Amber, Ambroxan, Cedar

กลิ่นเปิดของไวโอเล็ตประสานกับไอริสพวยพุ่งออกมา ชวนให้นึกถึงหนังสือปกหนาสีแดงเล่มเก่าที่บันทึกเรื่องราวต่างๆไว้ แซมด้วยกลิ่นของกุหลาบกลีบแดงหนาแห้งที่เป็นตัวแทนความทรงจำอันแสนรื่นรมย์ เมื่อเปิดอ่านหนังสือเล่มนั้นผ่านแต่ละหน้า ความทรงจำต่างๆก็ไหลพรั่งพรูออกมา

หลังจากนั้น กลิ่นจะเริ่มออกไปทางกลิ่นไม้แห้ง เหมือนกลิ่นของกระดาษเก่าแต่ก็ยังมีความหวานละมุนเบาๆจากแอมเบอร์ ที่รอบนี้มาแบบไม่ดุดันค่ะ เป็นความหอมอ่อนๆเอื่อยๆคล้ายแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในตอนที่กำลังเปิดหนังสือเล่มนั้น

Flashbulb กลิ่นไม่ได้ฟุ้งมากนะคะ ออกแนวโทนกลิ่นติดผิว มีความวินเทจเบาๆ คาเเรคเตอร์ค่อนข้างชัด ออกไปในโทนสุภาพ เคร่งขรึมค่ะ ความติดทนบนผิวเรา ได้กลางๆ 4-5 ชั่วโมงค่ะ

มาต่อกลิ่นที่ 2 เลยนะคะ

VOYAGER BOKEH Fragrance Notes :
Top Notes : Cyclamen
Middle Notes : Dandelion
Base Notes : Ambrette

Bokeh ที่เรารู้จักคือโหมดแต่งรูปแบบแสงฟุ้งๆลอยๆ เป็นภาพเบลอที่อยู่นอกจุดโฟกัส พอมาตั้งเป็นชื่อน้ำหอมเนี่ยก็ค่อนข้างสงสัยอยู่ค่ะว่าตีความไปในทางไหน อ่านโน้ตแล้ว รู้สึกว่าเป็นน้ำหอมโทนมินิมอลนะ น่าจะใช้ง่าย

พอได้ลองจริงๆ กลิ่นน่าสนใจค่ะ ฉีดน้ำหอมครั้งแรก เราไม่ได้กลิ่นเลย งงมาก แต่พอดมไปเรื่อยๆ กลิ่นหอมหวานเบาๆก็เริ่มตีขึ้นมา ตามโน้ตบอกว่าเป็นดอกไซคลาเมน แต่เรายังไม่เคยดมของจริงเลยเทียบไม่ได้ค่ะ

เราได้กลิ่นดอกไม้โทนสีขาวกลีบบางเบาพร้อมใบเลี้ยงยอดแรก ที่อยู่ใต้แสงแดดจางๆ ปล่อยทิ้งไว้จนถึงช่วงท้ายกลิ่น จะเป็นกลิ่นของโน้ต ambrette ที่เราชอบมากๆ ที่ตรงช่วงนี้กลายเป็นกลิ่นละมุนติดผิวอ่อนๆทิ้งท้ายทั้งวัน

กลิ่นนี้ไม่ฟุ้งนะคะ เป็นกลิ่นติดผิวแบบมินิมอลเลย สมกับชื่อ Bokeh เลยค่ะ ถ้าใครชอบกลิ่นแนวสะอาด ไม่ซับซ้อน แนวๆโมเลกุล กลิ่นนี้เป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ เราเล็งซื้อขวดใหญ่กลิ่นนี้เรียบร้อยค่ะ

กลิ่นที่ 3 เครื่องเพิ่งจะร้อนเอง มาต่อกันเลยนะคะ

VOYAGER LENS FLARE Notes :
Top Notes : Mandarin, Grape
Middle Notes : Lavender, Sunflower, Orange Blossom
Base Notes : Musk, Powdery

“LENS FLARE คือปรากฏการณ์แสงในภาพที่เกิดจากการสะท้อนของแสงจ้า เช่น ดวงอาทิตย์ หรือหลอดไฟ ไปมาระหว่างชิ้นเลนส์หลายๆ ชั้นในกล้อง และตกกระทบลงบนเซ็นเซอร์รับภาพ ทำให้เกิดเป็นวงแสง, จุด, หรือเส้นแสงในภาพ” ข้อความนี้เราได้มาจากกูเกิลค่ะ

สัญลักษณ์ของกลิ่นนี้คือดอกทานตะวัน ซึ่งหมายถึงความสว่าง เจิดจ้า เปี่ยมด้วยพลัง กลิ่นเปิดด้วยส้มเขียวหวานเปรี้ยวหวานฉ่ำสดชื่น แล้วตามมาด้วยกลิ่นสดใสซาบซ่าจากองุ่น แล้วตามมาด้วยกลิ่นของดอกส้มและกลิ่นของความนุ่มนวลจากดอกลาเวนเดอร์ ก่อนที่จะทิ้งท้ายด้วยกลิ่นของแป้งหอมบางๆติดผิว

เป็นอีกกลิ่นที่ใช้ง่าย น่ารัก สุภาพค่ะ ฟุ้งกลางๆ ติดผิวได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ

กลิ่นที่ 4 นี้เป็นกลิ่นที่เราดมครั้งแรก ตอนงานเปิดตัวที่ร้าน Skonx

Voyager STAR TRAILS Fragrance Notes :
Top Notes : Coca-Cola, Lime
Middle Notes : Anise, Cinnamon, Geranium
Base Notes : Amber, Cedar, Violet

Star Trails เป็นน้ำหอมที่ปรับโครงสร้างมาจาก Rosen Bridge ของ Voyager รุ่นแรก โดยที่ทำออกมาให้ใช้งานได้ง่าย และมีความอบอุ่นมากขึ้น จริงๆได้แรงบันดาลใจจากเพลงนะคะ ความน่ารักคือ “กลิ่นโคล่าอุ่นๆ”

เธอจ๋า เราเคยแต่ดื่มโคล่าในน้ำแข็งแช่เย็นชื่นใจ เรอดังเอิ้ก!! แต่ไม่เคยชิมโคล่าอุ่นๆ จินตนาการไม่ออกเลยทีเดียวค่ะ

พอฉีดสเปรย์กลิ่นนี้ เปิดตัวมาด้วยกลิ่นโคล่าที่คุ้นเคย (บางวูบก็นึกถึงน้ำอัดลมซาสี่) สลับกับกลิ่นเขียวขมจากใบไวโอเลต แซมด้วยกลิ่นของอบเชยและโป๊ยกัก (ซึ่งจริงๆกลิ่นโคล่ามาจากอบเชย, วานิลลา, และน้ำมันจากเปลือกส้ม, มะนาว, และเลมอน บางสูตรมีเติมเครื่องเทศเสริมเข้าไปอีก) พอกลิ่นเริ่มคลาย กลิ่นของเจอราเนียม (ที่คล้ายกุหลาบ) ก็เข้ามากล่อมเกลาให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนโยน และหวานละมุนเพิ่มขึ้น แล้วท้ายกลิ่น กลายเป็นกลิ่นหวานๆของแอมเบอร์เคล้ากับกลิ่นไม้สนซีดาร์

กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ถ่ายเปลี่ยนโน้ตได้อย่างน่าสนใจ ไดนามิคของกลิ่นชวนให้รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวสะท้อนในอากาศ เป็นกลิ่นที่น่าสนใจค่ะ

ความฟุ้งค่อนข้างมากในช่วงแรก อยู่ทนติดบนผิวเราได้ 4-5 ชั่วโมง เรามองว่ากลิ่นนี้คาแรคเตอร์ค่อนข้างชัด น่าจะเหมาะกับคนที่แต่งตัวจัดจ้าน เอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครค่ะ

ต่อที่กลิ่นที่ 5 ยังไม่ครึ่งทางเลย อย่าเพิ่งท้อน๊าาา
Voyager CAPI AURA Fragrance Notes :
Top Notes : Yuzu, Bergamot, Grass
Middle Notes : Castoreum, Mineral, Jasmine
Base Notes : Oakmoss, Vetiver

ชื่อกลิ่นบ่งบอกเลยค่ะ ว่าชอบน้องคาปิบาร่าจนเอามาทำเป็นกลิ่น แถมยังเป็นคาปิบาร่านอนแช่ในอ่างน้ำร้อนที่ลอยด้วยส้มยูซุ!!

จากจุดเริ่มต้นที่สวนสัตว์อิซุชาโบเตน ประเทศญี่ปุ่น และมีโชว์กิจกรรมนี้มานานกว่า 40 ปีแล้วนะคะ เป็นกลิ่นที่เราอ่านโน้ตแล้วก็คิ้วขมวดนะ โทนกลิ่นซีตรัสผสมกับกลิ่นสัตว์ จะออกมาเป็นยังไงนะ ก่อนจะหยิบมาฉีดทดลองก็ลังเลพอควรค่ะ

เปิดกลิ่นมาด้วยกลิ่นหวานอมเปรี้ยวและสดชื่นของส้มยูซุทักทาย เซย์ไฮกันก่อนเลยค่ะ แล้วกลิ่นก็ค่อยๆสลับไปกับความเขียวของหญ้าต้นเล็กต้นน้อยบนผืนดิน ดมไปเรื่อยๆเราได้กลิ่นคาวสาบสัตว์จากแคสโตเรียม พร้อมความฉ่ำน้ำของโน้ตกลิ่น Mineral กลิ่นจะสลับความสดชื่นของส้มและกลิ่นสาบสัตว์ไปตลอดทางจนถึงปลายกลิ่นเลยค่ะ

เป็นกลิ่นที่ฟุ้งมาก จากส้มยูซุในตอนแรก แล้วค่อยๆจางลง กลิ่นทิ้งท้ายเป็นกลิ่นสาบคาวบางๆ บ้างก็ชวนให้รู้สึกถึงกลิ่นคราบเหงื่อไคลของตัวเราเองค่ะ

กลิ่นนี้แปลกดีค่ะ จะง่ายใช้ง่ายก็ได้ ใช้ยากก็ใช่ เหมาะกับใช้เวลาที่อยากดมน้ำหอมเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเองค่ะ

มาที่กลิ่นต่อไปเลยนะคะ

Voyager – LUMUNIQUE Fragrance Notes :
Top Notes : Lychee, Soju, Aquozone
Middle Notes : Melon, Magnolia
Base Notes : Musk, Ambroxan

ตัดจากฉากธรรมชาติ มาที่ชีวิตในเมืองบ้างค่ะ ผู้ปรุงเชิญชวนมาดื่มคอกเทลท่านกลางปาร์ตี้ที่สระว่ายน้ำ เต็มไปด้วยความรื่นเริงและสนุกสนาน

กลิ่นเปิดของลิ้นจี่หวานฉ่ำดึงความสนใจของเราได้ดี มาพร้อมกับกลิ่นใสซ่าจากเครื่องดื่มอย่าง”โซจู” พร้อมด้วยกลิ่นหวานฉ่ำจากเมลอน แล้วโรยท๊อปปิ้งบางๆด้วยกลีบแมกโนเลีย ก่อนที่จะตรึงกลิ่นทิ้งท้ายอย่างหวานอบอุ่นอย่าง Ambroxan

เราประทับใจกลิ่นเปิดจากลิ้นจี่มาก เพราะส่วนใหญ่มักจะเจอจากน้ำหอมโทนกุหลาบ ไม่ค่อยเจอในโทนกลิ่นอื่น และเป็นกลิ่นที่เรียกความสดใสได้อย่างดี ตอนดมนี่นึกถึง Serena van der Woodsen จากเรื่อง Gossip Girl เลย

กลิ่นนี้ฟุ้งมากในช่วงแรกค่ะ ความทนอยู่บนผิวเราได้ 3-4 ชั่วโมงค่ะ

(ชื่อเดิม Tropical Pool)

ลุยๆๆ กลิ่นต่อไปเลยค่ะ

Voyager – GOLDEN HOUR Fragrance Notes :
Top Notes : Durian, Pandan Leaf, Yellow Mung Beans
Middle Notes : Ripe Mango, Jasmine, Sticky Rice
Base Notes : Coconut Milk, Sugar, Sandal

กลิ่นของไทยที่ใครก็เคลมไม่ได้ กับกลิ่น “ข้าวเหนียวทุเรียน”!!

แต่ช้าก่อน ความพิเศษเก๋กู้ดของกลิ่นนี้ เป็นข้าวเหนียวทุเรียนที่ผสมมะม่วงน้ำดอกไม้สุกค่ะ

ขอเล่าแทรกก่อนว่า กลิ่นนี้เราได้ดมตั้งแต่ก่อนเปิดตัว เป็นกลิ่นที่ทำให้สามีเราจำคุณณัทได้ เพราะได้ยินประโยคที่ว่า “ผมไม่ชอบทุเรียนนะ แต่อยากลองทำดู” เลยนึกชมคุณณัทอยู่ตลอดเลยค่ะ

อ่ะ มาที่เรื่องกลิ่น พอบอกว่าทุเรียนแล้ว อย่าเพิ่งรีบนึกถึงกลิ่นทุเรียนที่คุ้นเคยนะคะ

จริงๆแล้ว กลิ่นตัวเอกของ Golden Hour เนี่ย เราว่าเป็นกลิ่นของข้าวเหนียวมูน กะทิรสหอมมันและใบเตยมัดเป็นช่อ โรยหน้าตกแต่งด้วยดอกมะลิลา ในส่วนของกลิ่นทุเรียน ลอยมาแค่เบาๆเป็นฉากหลังกลิ่นสลับกับกลิ่นของมะม่วงน้ำดอกไม้สุกค่ะ แซมด้วยกลิ่นถั่วทองคั่วกรอบ หอม มันเล็กน้อย

เราว่าเป็นกลิ่นที่ชูเอกลักษณ์ของขนมไทยที่ไม่ไทยจ๋า มาในโทนอบอุ่น มีความเป็นสากลและใช้ง่ายค่ะ เป็นกลิ่นที่น่าเก็บสะสมค่ะ

เหนื่อยกันหรือยังคะ ยัง ยังไม่หมดน๊าาา มาต่อเลยค่ะ

Voyager Doubler Skonx Perfumery [Thailand] Exclusive Fragrance Notes :
Notes: Green apple, Raisin, Amber, Brandy, Tonka Bean, Oak barrel, Oud, Vanilla, Vetiver

กลิ่น Doubler เป็นกลิ่นพิเศษที่ทำให้กับร้าน Skonx ร้านขายน้ำหอมนีชที่คนไทยเป็นเจ้าของ ได้รวบรวมน้ำหอมนีชจากที่ต่างๆไว้ทั่วโลกมาให้ได้จับจ่ายใช้สอยค่ะ

กลิ่นนี้เราขอทางคุณณัทมาลองค่ะ ไม่ได้ซื้อนะคะ เพราะตอนนั้นยังไม่มีวางขาย

Doubler เปิดมาด้วยกลิ่นของลูกเกดหวานละมุนและความสดชื่นจากแอปเปิ้ลที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของบรั่นดี เสริมด้วยความหอมมันจากถั่วตองก้า และความน่าลุ่มหลงอันแสนซับซ้อนจากอูด และรองรับท้ายกลิ่นด้วยความหวานอ่อนละมุนของวานิลลา

เป็นกลิ่นที่หอมแบบน่าค้นหา มีเสน่ห์พริบพราว ตาเป็นประกาย กรึ่มเล็กน้อย เมากำลังดีเลยค่ะ กลิ่นนี้ฟุ้งและทน บนผิวเราอยู่ได้ถึง 8 ชั่วโมง และกลิ่นค่อนข้างแน่นกว่าตัวอื่นๆค่ะ เป็นกลิ่นที่ใช้ออกงานยามกลางคืนได้ดีเลย แต่ถ้าใช้ตอนกลางวันก็ไม่ขัดนะคะ แค่ลดจำนวนสเปรย์ลงหน่อย
นอกจากกลิ่นพิเศษของร้านน้ำหอมในไทยแล้ว ยังมีกลิ่นพิเศษที่วางขายในร้าน Taigrance ที่ไต้หวันด้วยนะคะ

TAIGRANSU taigrance 小台香 [Taiwan] Exclusive

Fragrance Notes : Pineapple , Sweet Orange , Butter , Milk , Burnt Sugar , Corn Syrup , Cashmeran , Sandalwood , Vanilla

ถ้าพูดถึงไต้หวัน เรามักจะนึกถึงชานม แต่ว่าชานมไต้หวันก็แปลงร่างเป็นน้ำหอมมาหลายแบรนด์แล้ว Voyager เลยจับเอา “ทาร์ตสับปะรดไต้หวัน”มาลงขวดให้ได้ลองค่ะ

กลิ่นเปิดของสับปะรดกวนช่างหอมหวานชวนน้ำลายสอ ตามมาด้วยกลิ่นแป้งขนมที่เคล้ามากับเนย นม และคาราเมล

แต่ถ้าเอ่ยมาทั้งหมดอยู่ในน้ำหอม อาจจะดูธรรมดาไป ผู้ปรุงเลยจับกลิ่นของไม้หอมและแคชเมียร์ลงไปเพื่อเพิ่มความอบอุ่น หอมทวนลมและคลุกเคล้าให้กลิ่นซับซ้อนยิ่งขึ้น

กลิ่นนี้ฟุ้งช่วงแรก ทนบนผิวเรา 5-6 ชั่วโมงได้ค่ะ เป็นอีกกลิ่นที่แปลกสำหรับเราอีกกลิ่นเลยล่ะค่ะ

เหนื่อยกันหรือยังคะ มาครึ่งทางแล้วนะคะ พักแป๊บนึง แล้วไปต่อเลยค่ะ

VOYAGER CRIOLLO Fragrance Notes :
Top Notes : Coffee, Plum
Middle Notes : Dark Chocolate, Raspberry, Jasmine
Base Notes : oney, Patchouli, Tonka Bean

สายกรูมองต์แบบเข้มข้นน่าจะชอบกลิ่นนี้ค่ะ Criollo ได้รับแรงบันดาลใจจากโกโก้ Criollo ที่ล้ำค่าและหายาก

เปิดมาก็ได้กลิ่นของกาแฟขมเข้มขลัง ครีม่าหนาฟู ผสมกับกลิ่นชอกโกแลตเข้มข้น พ่วงด้วยกลิ่นของลูกพลัม ที่ผลักให้กลิ่นมีความฉ่ำและสมจริงมากขึ้น แถมยังมีกลิ่นเปรี้ยวของราสพ์เบอร์รี่มาเพิ่มความฉ่ำนัวให้กับกลิ่น

พอดมแล้วเรานึกถึงชอกโกแลตที่คุณพ่อซื้อมาฝากเราตอนเด็กๆบ่อยๆ จะเป็นดาร์คชอกโกแลตเข้มข้นเคลือบผลไม้แห้ง พอเคี้ยวแล้วจะมีความขมผสมกับรสเปรี้ยวหวานของผลไม้ที่อยู่ด้านใน รสของขนมนั้น ช่างหอมฉ่ำปนขม เป็นที่ชื่นชอบของเรามากค่ะ

กลิ่นนี้ฟุ้งและทนมากค่ะ ล้างแขนตอนลองละ กลิ่นยังจางๆติดผิวเลย เป็นกลิ่นที่ทำงานเกินค่าตัวมากๆเลยล่ะค่ะ

มาต่อกันที่กลิ่นต่อไปค่ะ

VOYAGER DIMLIGHT Fragrance Notes :
Top Notes : Cardamom, Rum
Middle Notes : Almond, Tobacco, Oak
Base Notes : Cedarwood, Sandalwood, Vanilla

ถ้า Doubler คือเหล้าไทย Dimlight ก็คือเหล้านอกค่ะ

กลิ่นเปิดของกระวานประสานสอดมากับกลิ่นของเหล้ารัม ให้ความรู้สึกเผ็ดร้อน ตามด้วยกลิ่นของยาสูบบางๆ และไม้โอ๊ค ที่เสริมความดิบของกลิ่นมากขึ้น แต่ก็ดิบไม่สุด เพราะมีกลิ่นของวานิลลา มากล่อมให้กลิ่นนุ่มนวลลง ให้อารมณ์คล้ายกับการนั่งที่บาร์มืดๆ บรรยากาศครึมๆ จิบเหล้าชงบางๆ นั่งมองผู้คน แต่ถ้าใครทักทายก็พร้อมนั่งคุยเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ

เป็นกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงชายหนุ่มหล่อหน้าคมเข้ม ชุดดำ น่าหลงใหล มีเสน่ห์ตามธรรมชาติที่ไม่ได้ปรุงแต่ง หรือปรับจริตใดๆ และก็ยังมีความเป็นมิตรอยู่ในคราวเดียวกัน

กลิ่นนี้ฟุ้งช่วงแรกๆ ความทนบนผิวเราได้ 5 – 6 ชั่วโมง และกลิ่นนี้ ฉีดลงผิวจะหอมกว่าลงเสื้อผ้า เวลาที่กลิ่นผสมผสานกับกลิ่นตัว กลายเป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครค่ะ

พักกลิ่นหนัก มาที่กลิ่นเบาๆบ้างเนอะ

VOYAGER ZANTOL Fragrance Notes :
Top Notes : Salt
Middle Notes : Santol, Jasmine
Base Notes : Sugar

เปิดมาด้วยกลิ่นกระท้อนรสเปรี้ยวอมฝาด ที่ใส่ดอกมะลิลงไปลอยในน้ำลอยแก้ว เสริมด้วยกลิ่นเค็มของเกลือเล็กน้อย โดยทิ้งท้ายกลิ่นของนำ้เชื่อมจากน้ำตาลทรายแสนชื่นใจ

เป็นกลิ่นที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้ได้สบายๆเลยล่ะค่ะ

กลิ่นนี้ตอนเปิดค่อนข้างพุ่งและฟุ้งนะคะ จะค่อยๆคลายตัวเป็นกลิ่นหวานละมุน ในช่วงปลางๆของกลิ่นค่ะ ติดทนบนผิวเรา 2-3 ชั่วโมง ค่ะ

ยังไม่พ้นกลิ่นของอาหารค่ะ คุณณัทก็ช่างชิมจริงๆนะคะ

VOYAGER FLUFFY CAKE Fragrance Notes :
Top Notes : Pandan Leaf
Middle Notes : Jasmine, Milk, Nom maeo (Melodorum siamense)
Base Notes : Sandalwood, Vanilla

กลิ่น Fluffy Cake เป็นอีกกลิ่นที่เราอ่านโน้ตแล้วอยากลองมากๆ เพราะเป็นกลิ่นที่จำลองขนมถ้วยฟูลงมาในขวดค่ะ ความทรงจำของเราคือ ขนมถ้วยฟู ชิ้นเล็ก เนื้อแฉะหน่อยๆ ไหว้เจ้าที่สีแดง ในบ้านคนจีน และก็เป็นขนมที่เรากินตอนเด็กบ่อยสุด เพราะที่บ้านไหว้เจ้าเกือบทุกวันเลยค่ะ

พอฉีดน้ำหอมลงที่ผิว เราจับได้กลิ่นของดอกนมแมวที่เราคุ้นเคย เพราะเราชอบดื่มน้ำเห่งยิ้งเต้ (น้ำอัลมอนด์แบบจีน ที่ไม่ใช่ถั่วอัลมอนด์แบบที่คุ้นเคย)เป็นพิเศษ เลยค่อนข้างประทับใจค่ะ

หลังจากกลิ่นนมแมวคลายตัวไป เราได้กลิ่นของใบเตยแทรกเข้ามาเป็นระยะๆสลับกัน

ปกติแล้ว ขนมถ้วยฟูแบบดั้งเดิมจะใช้ยีสต์ในการหมักแป้ง ตัวขนมจะมีกลิ่นของยีสต์ดุ่ยๆปนอยู่บ้าง แต่ Fluffy Cake ขวดนี้ ปรับให้ทันสมัย และกลมกล่อมมากขึ้นด้วยวานิลลา และทอนกลิ่นยีสต์(บูด)ออกไป ทำให้ใช้ง่ายมากขึ้นเยอะเลยค่ะ

เป็นที่น่าแปลกใจ ที่กลิ่นนี้ไม่ฟุ้ง แต่ติดผิวนานมากกกกก เป็นกลิ่นนมแมวที่หอมหวานโทนเย็น ติดผิวไปตลอดทั้งวันเลยค่ะ

หมดแล้วกับคอลเลคชั่นเดิม ตอนนี้ Voyager เปิดตัวใหม่ 2 กลิ่น เราเลยสั่งมาลอง ได้จับมัดรวมในรีวิวเดียวกันเลยค่ะ

Yggdrasil – Voyager Perfume Fragrance Notes :
Top Notes : Galbanum, Cardamom, Guava Leaf
Middle Notes : Cypress, Cedarwood, Sandalwood
Base Notes : Vetiver, Labdanum, Musk

อึกก์ดราซิลล์ (สารภาพว่า อ่านผิดเป็น ยิกดราซิล ลูกชายท้วงเลยต้องไปถามคนตั้งชื่อ ว่าอ่านยังไง 5555)

รอบนี้ Voyager พาเราเข้าไปรู้จักกับ ต้นแอชศักดิ์สิทธิ์แห่งตำนานนอร์สที่เชื่อมต่อจักรวาลทั้งเก้า (และถ้าคุณเล่น Ragnarok จะเข้าใจง่าย แต่ขอโทษที อิฉันเล่นแต่ Free Fire กับลูกเลยไม่เก็ทเลยค่ะ)

พอหาข้อมูล เราเข้าใจว่าคือกลิ่นที่จำลองกลิ่นของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เป็นศูนย์กลางของป่าค่ะ

กลิ่นเปิดด้วยความเขียวชอุ่มของดงไม้ที่ใบเขียวสดชื่น ออกซิเจนเต็มปอด ด้วยกลิ่นของยางไม้กัลบานัม (โน้ตโปรดของเราอีกแล้ว) ใบฝรั่ง คล้ายกับความรู้สึกแรกที่เราเดินเข้าป่า หลังจากนั้น จะเริ่มได้กลิ่นกิ่งไม้สนลอยมา ให้ได้รู้สึกว่าเราเดินเข้าไปในป่าที่ลึกมากขึ้น ก่อนที่จะได้กลิ่นหญ้าแฝก ที่ชวนรู้สึกถึงวัชพืชเปื้อนดินที่เหยียบย่างระหว่างทาง

Yggdrasil ทำให้รู้สึกถึงความสงบ สุขุม เยือกเย็น มั่นคง และเป็นธรรมชาติ เหมือนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของชีวิตค่ะ

กลิ่นนี้ไม่ฟุ้งมาก ทนบนผิวเราได้ 4-5 ชั่วโมงค่ะ เราว่ากลิ่นนี้อาจจะไม่ค่อยถูกจริตคนไทยเท่าไหร่ เพราะความเขียว แต่เรากลับชอบนะคะ

มาถึงกลิ่นล่าสุด สุดท้ายแล้วววววว

VOYAGER ETERNAL VEIL Fragrance Notes :
Top Notes : Muguet, Violet, Mist
Middle Notes : Heliotrope, Orris Butter, Tonka Bean
Base Notes : Cedar, Musk, Oak Moss

ETERNAL VEIL เป็นกลิ่นที่ฉีดแล้วเราร้อง ว้าว!! เลยล่ะค่ะ น่าจะเพราะช่วงนี้อยากลองกลิ่นไอริสในโทนที่แปลกจากเดิมบ้าง และกลิ่นนี้มาได้จังหวะพอดีเลย

กลิ่นเปิดมา เจอกับไอริสอย่างจังเลยค่ะ (ปกติแล้วจะได้กลิ่นช่วงกลาง หรือท้ายๆ) มาพร้อมกับกลิ่นของใบไวโอเลตที่ออกโทนเขียว พอมารวมกันแล้ว ทำให้กลิ่นของไอริสไม่เปรี้ยว ไม่สาบ แถมยังได้กลิ่นของดอกลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์มาเสริมให้กลิ่นน่ารัก สดชื่น และใช้ง่ายมากขึ้น พร้อมกลิ่นไอหมอกเย็นจางๆ ที่ทำให้รู้สึกว่ากลิ่นไอริสขวดนี้ไม่อับชื้น

แถมท้ายด้วยกลิ่นหวานหอมของถั่วตองก้าที่เพิ่มความอบอุ่นให้กับกลิ่นมากขึ้นอีก ภาพที่เรารู้สึกจากกลิ่นนี้ ราวกับกลิ่นของดอกไอริสที่ฉาบแสงแดดแรกยามเช้าบนภูเขาที่อากาศสดชื่นค่ะ

ความฟุ้งเราว่าฟุ้งแค่ช่วงแรกค่ะ ความคงทนบนผิวเราได้ 4-5 ชั่วโมง เป็นอีกกลิ่นที่ระนบของกลิ่นซับซ้อนแต่ใช้งานในชีวิตจริงได้ง่ายค่ะ

เหนื่อยกันหรือยังคะ มาต่ออีกนิด กับกลิ่น +3 นะคะ เราได้รับแซมเปิลของ Voyager ลอตแรกที่ผลิตปี 2021 ค่ะ เป็นน้ำใจจากทางคุณนัท ให้ได้ลอง เรายังเก็บหลอดไวออลไว้อยู่ เลยได้โอกาสหยิบมาเล่าพร้อมกันเลยค่ะ

Voyager Mhee Fragrance Notes (Discontinued):
Top Notes : Bergamot, Lemon and Lime
Middle Notes : Hay, Honey, Nutmeg, Champaca, Orange Blossom and Ylang-Ylang
Base Notes : Cedar, Cacao Pod, Oakmoss, Vetiver and Tonka Bean

มีช่วงหนึ่งที่คุณนัทรับงานเป็นตากล้อง บังเอิญเดินเจอหมี!!!

ไม่ใช่ค่ะ บังเอิญไปถ่ายสารคดีที่เขาใหญ่ เลยอยากจำลองบรรยากาศมาใส่ขวดไว้ค่ะ

บอกก่อนเลยว่า ได้ลองแล้ว เราจะลืมภาพจำของ Voyager ยุคปัจจุบันเลยนะคะ กลิ่นเขาค่อนข้างแรงเลยทีเดียว

กลิ่นเปิดมาก็พบกับกลิ่นของมวลกองหญ้าแห้ง ไม่ว่าจะเป็นหญ้าเฮย์ มอส หญ้าแฝก เคล้ามากับกลิ่นมะกรูดฝรั่ง หลังจากกลิ่นกองหญ้าคลายตัวแล้ว จะเริ่มได้กลิ่นหวานน้ำผึ้งคลอมากับกระดังงา เสริมด้วยกลิ่นเครื่องเทศบางๆของกลิ่นลูกจันทน์เทศ ที่ทำให้กลิ่นมีความเข้มขลังขึ้น ก่อนที่จะทิ้งท้ายกลิ่นยาวๆด้วยถั่วตองก้าหวานมัน ทำให้กลิ่นติดผิวนุ่มนวลราวกับช่วงที่หมีกินอาหารอิ่มเรียบร้อย พร้อมนอนพุงกางเเล้วค่ะ

กลิ่น Mhee (เธอ กลิ่นหมี หมีจริงๆ เธออย่าคิดเป็นอื่น)แรง พุ่ง กระจาย และทนมาก เวลาใช้ควรลดจำนวนสเปรย์นะคะ อานุภาพเขาแรงจริงๆ

จบจากหมีแล้ว เราไปที่”มอม”กันเถอะค่ะ

Voyager Mhom Fragrance Notes (Discontinued):
Top Notes : Neroli, Chamomile, Clary Sage and Peppermint
Middle Notes : Orange Blossom, Frangipani, Solar Notes and Jasmine
Base Notes : Marshmallow and Sandalwood

มอม คือต้นกำเนิดของกลิ่นเมฆา อรัญญา ที่ได้รับรางวัลลูกแพร์ทองคำนะคะ และเป็นกลิ่นที่เราว่าใช้ง่าย น่ารักที่สุดในคอลเลคชั่นเปิดตัวรุ่นแรกของ Voyager เลย

เปิดกลิ่น Mhom มาด้วยกลิ่นของคลารี่ เสจ โทนเขียวสมุนไพร พร้อมกลิ่นน่ารักๆอย่างคาโมมายล์ ดอกส้ม ดอกมะลิ และเพิ่มความอบอุ่นด้วยโน้ตของกลิ่นแสงแดดอ่อนๆ ก่อนจะตามปิดท้ายด้วยกลิ่นของขนมหวานสีขาวหนานุ่มอย่างมาร์ชเมลโลว์ ทับซ้อนด้วยกลิ่นลุ่มลึกของไม้จันทน์หอม

เมื่อเทียบกับตัวเฒฆา อรัญญาแล้ว เรามองว่า มอมน่าจะเป็นต้นตระกูล และตัวใหญ่กว่าน้องเมฆาฯค่ะ

ความฟุ้ง ความทน ทำหน้าที่เกินค่าตัวอีกแล้ว กลิ่นทนมากนะคะ ถึงจะเป็นโทนกลิ่นอ่อนหวานก็ตามที ล้างแขน อาบน้ำแล้ว กลิ่นยังอยู่เลยค่ะ

มาที่กลิ่นสุดท้ายแล้วน๊าาาา

Voyager Rosen Bridge Fragrance Notes (Discontinued):
Top Notes : Coca-Cola, Cypress and Lavender
Middle Notes : Smoke and Metallic notes
Base Notes : Earthy Notes, Woody Notes and Vanilla

กลิ่นต้นกำเนิดของ STAR TRAILS จากคอลเลคชั่นที่วางขายในปัจจุบันค่ะ ตอนที่กลิ่นนี้เปิดตัวใหม่ คนตื่นเต้นและชอบกันเยอะเลยนะคะ

มาลองนึกง่ายๆ ถ้านึกถึงอวกาศ กลิ่นที่ได้จะออกมาแบบไหน

Voyager เขาตีความแบบนี้ค่ะ “วัฏจักรของดวงดาวในอวกาศ ซึ่งประกอบด้วยการก่อตัว การระเบิด และความตาย”

กลิ่นเปิดตัวด้วยกลิ่นโคล่าที่หวาน ซาบซ่า ก่อนที่จะคลายเป็นกลิ่นติดเปรี้ยว แล้วตามมาด้วยกลิ่นของความเย็นยะเยียบจากโน้ตเมทัลลิก พ่วงด้วยกลิ่นควันจากหญ้าแฝก ก่อนที่กลิ่นของดินที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป ซึ่งเป็นจุดกำเนิดสิ่งมีชีวิต

ยังไม่จบค่ะ ในกลิ่นนี้ มีหยอดกลิ่นวานิลลาลงไปเพิ่มความอบอุ่น ให้รู้ว่าชีวิตยังมีความหวัง ยังไปต่อได้

เราว่า Rosen Bridge เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างนามธรรม เกี่ยวข้องกับวัฏจักรของชีวิต ถือว่าเป็นงานศิลปะที่น่าเก็บอีกขวดค่ะ

โดยรวมแล้ว เราว่า Voyager มีน้ำหอมที่น่าสนใจหลายขวดเลยนะคะ ในใจเรา จัด 3 อันดับที่อยู่ในลิสต์ที่อยากซื้อตามนี้ค่ะ

ETERNAL VEIL ==> BOKEH ==> DIMLIGHT

จริงๆอยากซื้อให้ครบ แต่งบจำกัด เลยต้องจัดอันดับก่อนค่ะ

ก่อนจาก เราทำสรุปสั้นๆ แต่ละกลิ่น ตามนี้ค่ะ

Lens Flare = ดอกทานตะวันบานสู้แดด
Star Trails = โคล่าใส่แก้วที่ทำจากไม้
Capi Aura = คาปิบาร่าแช่นำอุ่นลอยส้มยูซุ (ชักเริ่มอิจฉาเจ้าหนูยักษ์ละสิคะ)
Lumunique = คอกเทลลิ้นจี่ ปาร์ตี้ริมสระ
Golden = ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน ทอปปิ้งด้วยมะม่วงสุก
Doubler = บรั่นดีแกล้มเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ
Taigransu = ทาร์ตสับปะรดไต้หวัน
Criollo = ผลไม้แห้งเคลือบดาร์คชอกโกแลต
Dimlight = ผู้ชายหล่อเมากรึ่ม อ่อยอยู่ที่บาร์
Zantol = กะท้อนลอยแก้วน้ำดอกมะลิ
Fluffy Cake = ขนมถ้วยฟู
Yggdrasil = ต้นไม้ศุนย์กลางป่าใหญ่
Eternal Veil = ดอกไอริสฉาบแสงตะวัน
Mhee = กลิ่นหมี!! เอร๊ยย ไม่ใช่ค่ะ หมีนอนละเลียดน้ำผึ้งอยู่บนกองฟาง
Mhom = สัตว์ในตำนานสีขาวนอนผึ่งพุงใต้ต้นไม้ยามบ่าย
Rosen Bridge = เกิด ดับ และเกิดใหม่

ขอบคุณที่อ่านเป็นเพื่อนกันนะคะ เป็นรีวิวที่ยาวมากๆ แต่ก็สะใจมากๆเวลานั่งดมค่ะ รอลุ้นเป็นเพื่อนกันนะคะ ว่าจะมีรีวิวแบบรวมของแบรนด์มาอีกเมื่อไหร่ดี

หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนี้ มาจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วน ๆ ซึ่งการรับรู้กลิ่นของแต่ละคนอาจต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความทรงจำ และบุคลิกของผู้ใช้ ดังนั้น หากมีโอกาส ขอแนะนำให้ลองกลิ่นด้วยตัวเองก่อนจะตัดสินใจซื้อนะคะ

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก : https://siam1928.com/product-category/voyager/?product-page=1

Leave a comment