กิฟท์แกะกล่องกันกับ Philosophy – Amazing Grace Ballet Rose และ Pure Grace Nude Rose

Philosophy – Pure Grace Nude Rose Information :
ปีที่วางจำหน่าย : 2017
Perfumer : N/A
Fragrance Notes :

Top Notes : Green Notes and Dew Drop / Middle notes : Rose Petals, Neroli and Orange Blossom / Base notes : Musk and Cedar

Philosophy – Amazing Grace Bullet Rose Information :
ปีที่วางจำหน่าย : 2017
Perfumer : N/A
Fragrance Notes :

Top Notes : Litchi / Middle notes : Rose and Peony / Base notes : White Musk and Woodsy Notes

กุหลาบสองสไตล์จาก Philosophy ความละมุนที่ต่างกันอย่างมีเสน่ห์

พูดถึง “กลิ่นกุหลาบ” แล้ว ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในกลิ่นเบสิกที่แทบทุกแบรนด์น้ำหอมต้องมี เพราะมันเป็นหัวใจของโทนฟลอรัล (กลิ่นดอกไม้) ที่คลาสสิกและเข้าถึงง่าย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีการตีความกลิ่นกุหลาบในแบบของตัวเอง บางแบรนด์หวานฟุ้ง บางแบรนด์หรูหราลึกลับ บางแบรนด์ก็สะอาดละมุน

เรานึกขึ้นได้ว่าเคยมีน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจากแบรนด์ Philosophy ที่ซื้อมาสองกลิ่นเมื่อมานานแล้ว แต่ยังไม่เคยหยิบมารีวิวสักที ได้โอกาสเลยหยิบมาเล่าให้ฟังค่ะ

เริ่มต้นด้วยการแนะนำแบรนด์สักนิด

Philosophy เป็นแบรนด์ที่เรารู้จักจากไลน์ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย อย่างแชมพู สบู่ ครีมบำรุงผิว ที่เน้นเรื่องความงามแบบเรียบง่าย ธรรมชาติ และกลิ่นสะอาดสบายใจ

จริง ๆ แล้ว น้ำหอมสองกลิ่นที่เราจะพูดถึงนี้ เป็น Flanker หรือรุ่นแตกยอดจากกลิ่นออริจินัลของแบรนด์นะคะ ได้แก่:

Amazing Grace Ballet Rose แตกไลน์จาก Amazing Grace

Pure Grace Nude Rose ก็คือ Flanker ของ Pure Grace

หมายเหตุ: ทั้งสองกลิ่นยังหาซื้อได้ที่สหรัฐอเมริกา ส่วนในไทยจะมีแค่กลิ่นออริจินัลวางขายตามแอปช้อปปิ้งทั่วไปค่ะ สามารถคลิกดูได้ตามลิงค์ในคอมเมนท์นะคะ

กลิ่นแรก: Pure Grace Nude Rose

กลิ่นนี้เปิดตัวมาอย่างละมุน เหมือนกุหลาบขาวบานสะพรั่ง เปียกชื้นนิด ๆ จากหยดน้ำยามเช้า แซมด้วยความสดชื่นบาง ๆ ของดอกส้ม จากนั้นจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นมัสก์สะอาด ราวกับกลิ่นแป้งเด็กที่เพิ่งอาบน้ำใหม่ ๆ

ความรู้สึกโดยรวมคือ “น่ารัก เรียบง่าย หอมติดผิว” กลิ่นไม่แรง ไม่ฟุ้ง แต่มีเสน่ห์แบบระเรื่อ ๆ คนที่อยู่ใกล้จะได้กลิ่นพอดี ๆ เป็นกลิ่นที่ใครดมก็ชอบค่ะ

กลิ่นที่สอง: Amazing Grace Ballet Rose

เปิดตัวด้วยกลิ่นกุหลาบสีชมพูหวาน ๆ ที่ให้ความรู้สึกโรแมนติก ก่อนจะเบรกด้วยกลิ่นลิ้นจี่เล็ก ๆ ที่ให้ความเปรี้ยวสดชื่นเบา ๆ ทำให้กลิ่นนี้มีมิติมากขึ้น

กลิ่นนี้ทำให้นึกถึง Chloé Eau de Parfum (ขวดโบว์ครีมในตำนาน) เลยค่ะ แต่เวอร์ชันของ Philosophy จะนุ่มนวลกว่า กลิ่นบางเบาและสุภาพ เหมาะกับวันสบาย ๆ หรือวันที่อยากได้กลิ่นที่ไม่รบกวนคนรอบข้าง

ทั้งสองขวด เวลาฉีดลงบนผิวเรานั้น จางค่อนข้างไว ด้วยเพราะเนื้อกลิ่นค่อนข้างโปร่งและบางค่ะ เลยแก้เขินด้วยการฉีดหลายๆสเปรย์ แล้วลงที่เสื้อผ้าแทนลงที่ผิวค่ะ

ต้องบอกก่อนว่า ทั้งสองกลิ่นค่อนข้างโปร่งและเบา กลิ่นจางไวเมื่อฉีดบนผิวโดยตรง ดังนั้นเราจึงชดเชยด้วยการฉีดหลายสเปรย์ และฉีดลงบนเสื้อผ้าเพื่อช่วยให้กลิ่นติดทนนานขึ้น ในช่วงแรก กลิ่นจะลอยฟุ้งเบา ๆ ตามลม แต่หลังจากนั้นจะนุ่มลงเป็นกลิ่นผิวแบบสุภาพ ต้องเติมระหว่างวันหากอยากให้กลิ่นชัดตลอดวัน

กลิ่นของทั้งสองขวดนี้เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบร้อย นุ่มนวล และไม่ต้องการความฟุ้งแรง เป็นกลิ่นที่ ใช้ง่ายมากจริง ๆ ค่ะ และราคาไม่แรงมาก สามารถใช้ได้เรื่อยๆเลย

ส่วนตัวเราเทใจให้กับ Pure Grace Nude Rose มากกว่านิดหน่อย เพราะช่วงท้ายของกลิ่นมันหอมนวลติดผิวแบบอบอุ่น ลูกชายยังชมเวลาใช้สองกลิ่นนี้เลยว่า หม่าม๊าตัวหอมจังเลย

หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนี้ มาจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วน ๆ ซึ่งการรับรู้กลิ่นของแต่ละคนอาจต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความทรงจำ และบุคลิกของผู้ใช้ ดังนั้น หากมีโอกาส ขอแนะนำให้ลองกลิ่นด้วยตัวเองก่อนจะตัดสินใจซื้อนะคะ

Leave a comment