กิฟท์แกะมาดมกับ Scent Mastery – Majestique , Erotique & Dramatique

2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่นำ้หอมสัญชาติไทยเปิดตัวกันเยอะพอสมควร ตลาดซื้อขายคึกคักมากค่ะ ยี่ห้อใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมาย คอลเลคชั่นคอลแลปข้ามอุตสาหกรรมก็มีให้เห็น เราจึงได้เห็นนักปรุงนำ้หอมแจ้งเกิดกันอย่างเต็มที่ และบางท่านก็ผันตัวจากการรับจ้างผลิตกลิ่นต่างๆ มาเปิดแบรนด์ของตัวเองก็มี บางท่านก็เปิดเผยตัวให้ได้รู้จัก หลังจากที่ใช้นามแผงมานานก็มี นับได้ว่าเป็นยุคเติบโตแบบก้าวกระโดดของนำ้หอมไทยเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมนำ้หอมไทยจะเริ่มเฟื่องฟู แต่ในความเป็นจริงบางครั้งก็มีข้อจำกัดในการปรุงนำ้หอมเหมือนกันนะคะ เช่น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งของวัตถุดิบ ข้อจำกัดในการสร้างแบรนด์ รวมไปถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่ยังจำกัดเฉพาะบางกลุ่ม หรือแม้กระทั้งความรู้ความเข้าใจขององค์ประกอบต่างๆ ในอุตสาหกรรมนำ้หอม ที่ยังคงท้าทายความสามารถของสุคนธกรที่ยังรอวันเฉิดฉายในวงการค่ะ

เกริ่นมาถึงตรงนี้ โพสต์นี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับแบรนด์ใหม่ที่คุ้นหน้าคุ้นตากับ Scent Mastery ค่ะ

คอนเซปท์ของแบรนด์คือเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้นักปรุงนำ้หอมไทยได้แสดงฝีมือ โดยไม่จำกัดไอเดีย ขั้นตอน หรือ ราคาวัตถุดิบ เป็นการให้อิสระเต็มที่กับสุคนธกรที่เข้ามาร่วมงานกัน ให้ได้แสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ค่ะ

ก่อนที่จะเข้าไปถึงรีวิวกลิ่น สิ่งหนึ่งที่เราประทับใจมากๆ คือ การลงชื่อผู้ปรุงไปในบรรจุภัณฑ์เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฉลากหน้าขวดนำ้หอม อันนี้ยังพอเจอได้ในยี่ห้ออื่นนะคะ แต่เซอร์ไพรซ์มากที่แม้กระทั่งหลอดไวออลเล็กๆ ที่ทางแบรนด์ใส่ใจในการชื่นชมและเชิดชูสุคนธกรผู้ร่วมงานด้วย เป็นการแสดงจุดยืนของแบรนด์เลยว่า เป็นพื้นที่ที่ให้โอกาสสุคนธกรจริงๆ ค่ะ

Scent Mastery – Majestique Basic Information :
ปีที่วางจำหน่าย : 2024
Perfumer : Worrawut Onnaum
Fragrance Notes : Top Notes : Neroli , Orange Blossom , Petitgrain
Middle Notes : Magnolia, Jasmine , Tuberose, Tobacco
Base Notes : Cardamom , Sandalwood , Oud , Patchouli

ปกติเราจะรู้จักมักคุ้นกับชื่อของ อ.เอ้ ในฐานะผู้สอนคลาสปรุงนำ้หอม รวมไปถึงการเป็นมือปืนรับจ้างผลิตกลิ่นให้กับแบรนด์ต่างๆ รวมไปถึงบทบาทของหัวเรือใหญ่ของแบรนด์นำ้หอม Sphere’s ซึ่งมาในครั้งนี้ อ.เอ้ได้นำเสนอนำ้หอมในมิติที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น กับกลิ่น Majestique

สารภาพก่อนเลยนะคะว่า โน้ตกลิ่นค่อนไปทางโคโลญจน์สำหรับเรา เลยรู้สึกค่อนข้างเฉยๆกับกลิ่นนี้ แต่หลังจากลองแล้ว กลายเป็นว่าชอบเฉยเลยค่ะ อยากบอกว่ากลิ่นนี้ อ่านโน้ตกลิ่น เขาสับขาหลอกเรานะคะ

เพราะกลิ่นเปิดที่ว่าด้วยเรื่องดอกส้ม ยอดส้ม ใบส้มอ่อนนั้น เขาชวนกันมาแค่กลิ่นจางๆเองค่ะ เราจับได้กลิ่นครีมมี่ของดอกซ่อนกลิ่นและมะลิค่อนข้างชัดและมาก่อนกลิ่นอื่น ซึ่งกลิ่นของดอกส้มเหมือนใส่มาเพื่อปรับให้คาแรคเตอร์กลิ่นครีมมี่ของดอกไม้ขาวโปร่งบางขึ้น และกลิ่นของเพตติเกรน เป็นตัวช่วยเสริมให้กลิ่นแกนกลางของดอกไม้ขาวมีความสดชื่น และเหมือนกลิ่นของดอกไม้สดมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

แต่ในความสดใสนั้น ได้แทรกกลิ่นของยาสูบบางๆในช่วงท้าย พร้อมกับกลิ่นหวานชุ่มคอของลูกกระวาน และกลิ่นหอมนุ่มลึกของไม้หอม ที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้เนื้อกลิ่น สมกับชื่อ Majestique ที่ถึงแม้จะเหมือนกลิ่นธรรมดา แต่แฝงด้วยความหรูหราเข้าไป ชวนให้นึกถึงความ quite-Luxury ที่เป็นเทรนด์ในตอนนี้ค่ะ

แล้วในช่วงท้ายกลิ่นเนี่ย เป็นกลิ่นที่ออกไปในโทนไม้หอม นุ่ม หวาน ละมุน และฟุ้งเป็นระยะๆ เมื่อยามขยับตัวทุกครั้ง

แล้วเซอร์ไพรซ์อีกขั้นนะคะ ที่กลิ่นนี้อยู่บนตัวเรานานมาก ฉีดตอนเจ็ดโมงเช้า จนถึงตอนห้าโมงเย็น กลิ่นยังคงกระจายตัว โชยมาเรื่อยๆเลยค่ะ ในตอนแรกเราไม่มั่นใจ เลยต้องลองซำ้อีก 2-3 ครั้ง ก็พบว่าผลลัพธ์เหมือนเดิมทุกครั้งเลยค่ะ ถือว่า Majestique เป็นนำ้หอมโทนกลิ่นซีตรัสที่มีบุคลิกต่างจากนำ้หอมอื่นในโทนกลิ่นเดียวกันค่ะ

Scent Mastery – Erotique Basic Information :
ปีที่วางจำหน่าย : 2024
Perfumer : Nutthawut Kitiyawong
Fragrance Notes : Top Notes : Saffron, Spices
Middle Notes : Tobacco Absolute, Lily of the valley, Carnation, Hedione, Leather
Base Notes : Madagascan Vanilla Absolute, Indian Sandalwood, Amber, Tonka bean absolute, Castoreum, Musk

ชื่อกลิ่นน่าพิศวง ระคนสงสัยว่า โน้ตของกลิ่นจะออกมายังไงกันนะ พลิกกลับมาส่องชื่อผู้ปรุง หลายๆท่านอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับคุณนัท ผู้ที่หลงใหลในการจับสารต่างๆ มาพลิกแพลง และตีความใหม่ในรูปแบบของตัวเองค่ะ

ในครั้งนี้ คุณนัทจับเอาโน้ตยอดฮิตในยุคปัจจุบันอย่าง Saffron (ที่หลังๆ มักจะเห็นโน้ตนี้ในนำ้หอมโทนกลิ่นเซ็กซี่หลายๆกลิ่น) มาบรรเลงร่วมกับกลิ่นเครื่องเทศให้ดูน่าค้นหา และพ่วงด้วยคาแรคเตอร์ลึกลับของกลิ่นของใบยาสูบจางๆ ไปจนตบท้ายด้วยกลิ่นที่น่าสนใจอย่าง Castoreum (กลิ่นต่อมก้นบีเวอร์ Ops!!)

ต้องบอกก่อนว่าความเซ็กซี่สำหรับเรา ไม่ใช่ลูกไม้ดำ โชว์ร่องอก ความกึ่งเปิดกึ่งปิด หรือการจือปากตามที่ฮิตกัน ดังนั้นการตีความหมายเลยต่างจากพิมพ์นิยมค่อนข้างไกลโข

แต่ถามความเห็นเราที่มีต่อกลิ่นนี้และชื่ออีโรติกนี้นะ เรามองว่าเป็นกลิ่นของการหยอกล้อ หยอกเอิน ยั่วเย้าก่อนจะขยับไปในขั้นตอนถัดไปมากกว่า เพราะด้วยความหวานแบบวาบหวามสลับตัวกับกลิ่นควันบุหรี่ไหม้จางๆ ชวนให้ฉงนสงสัยนั้น ยิ่งดมไปเรื่อยๆ กลิ่นยิ่งทวีความหวานมากขึ้นจากกลิ่นของถั่วตองก้า วานิลลา และตบกลับด้วยกลิ่นคาวเล็กน้อยของมัสก์ คือเป็นกลิ่นหวานที่เจือด้วยความซุกซนคล้ายกลิ่นเหงื่อจางๆ

กลิ่นนี้ชวนให้นึกถึงความรู้สึกร้อนแรงของวัยหนุ่มสาวนะคะ เป็นอารมณ์พลุ่งพล่านผสมความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ยังมีความไร้เดียงสาปนอยู่ในนั้น เป็นความอีโรติคที่ยังคงนึกถึงความสวยงามของท่วงท่าอยู่ กลิ่นความสาบสางเลยยังไม่ได้ชัดเจนเหมือนความร้อนแรงในวัยของผู้ใหญ่ค่ะ เลยไม่ต้องกังวลเรื่องสาบคาวใดๆค่ะ

ในส่วนของความฟุ้งกระจาย นับว่าฟุ้งมาก แล้วทนด้วยนะคะ เราทดลองฉีดด้วยหลอดไวออลลงบนเสื้อแค่ 2-3 สเปรย์ ทนเช้ายันคำ่เลย แต่ถ้าลองฉีดบนผิว กลายเป็นว่ากลิ่นอยู่ได้แค่ค่อนวันค่ะ

Scent Mastery – DRAMATIQUE Basic Information :
ปีที่วางจำหน่าย : 2024
Perfumer : Kessaraporn Phothong
Fragrance Notes : Top Notes : Bergamot, Lemon, Blackcurrant Buds, Peach
Middle Notes : Bulgarian Rose, Peony, Honey
Base Notes : Cedarwood, Cashmere, Vanilla, Musk

ขวดนี้เป็นฝีไม้ลายมือของคุณอ้อมสุดสวยจากค่าย Scent creation จำได้เลยว่า ตอนลองดมกลิ่นนี้ครั้งแรก เรามองหน้าคุณอ้อม แล้วสลับกับดมกลิ่น พลางนึกในใจตลอดว่า ดราม่าแบบไหน ดราม่าอย่างไร เรายอมรับเลยว่าเราไม่เข้าใจคอนเซปท์ของกลิ่นนี้ค่ะ จนกระทั่งเรามานั่งลองอีกครั้งที่บ้าน เราเข้าใจแล้วว่า ดราม่ายังไง….

เริ่มที่แบบนี้ก่อน เราติดกับดักกับคำว่า “ดราม่า” เพราะคำนี้ขึ้นมา จะต้องนึกถึงความเศร้า ความรันทด ความเข้าใจผิด เรื่องราวใหญ่โตเกินความจริง ไปจนถึงหนังไทยที่คุณหญิงย่าแอบทำพินัยกรรมยกสมบัติให้คุณหนูที่ถูกคนใช้ลักพาตัวไป ดังนั้น

หยุด!! นิยามของดราม่าไว้เท่านี้ก่อนค่ะ

Dramatique ในขวดนี้ หมายถึงเรื่องราวของบทชีวิตบทหนึ่ง ที่เริ่มต้นด้วยความเยาว์วัย เติบโต เป็นผู้ใหญ่ แล้วโรยรา

เพราะกลิ่นเริ่มต้นของมะนาวและผลแบลคเบอร์รี่น้อยๆ ชวนให้คิดถึงเด็กน้อยวัยซุกซน แล้วตามมาด้วยกลิ่นของลูกพีช ของเด็กสาววัยแรกรุ่น ตามด้วยกลิ่นสะพรั่งของกุหลาบตูม และพีโอนีที่หอมบางเบา จากนั้น กลิ่นเริ่มกลายเป้นกลิ่นของดอกกุหลาบแดงบานสะพรั่งเต็มที่ เหมือนกับความงามของหญิงสาวที่อยู่ในวัยที่เจิดจรัสที่สุดค่ะ

หลังจากนั้นกลิ่นของผ้าแคชเมียร์ค่อยๆเข้ามาแทนที่กลิ่นพีช แล้วผสานกับกลิ่นของดอกกุหลาบ ทำให้กลิ่นกุหลาบเดิมค่อยๆกลายเป็นกลิ่นช่อดอกกุหลาบแดงแห้งผาด แต่ยังคงความสวยสง่าเฉกเช่นเดิม

ถึงแม้กลิ่นนี้จะมีวานิลลาและมัสก์ แต่เราว่ากลิ่นไม่ได้หวานสดใสแบบที่สองโน้ตกลิ่นนี้เคยเป็นมา กลับกลายเป็นว่า กลิ่นวานิลลาและมัสก์ในขวดนี้ เป็นองค์ประกอบเสริมที่ช่วยเติมเต็มมิติของหญิงสาวให้ครบด้านมากขึ้น

ในส่วนของความฟุ้งกระจายและความคงทนนั้น ต้องบอกว่าเหนือความคาดหมาย วันที่เราลองฉีดจากหลอดไวออลไปห้าสเปรย์แล้วไปเดินห้างสรรพสินค้าแถวบ้าน บอกตรงๆว่า คนเดินผ่านแล้วจามค่ะ หลังจากนั้นเราไปนั่งกินชาบูกับลูกชาย เดินออกจากร้านแล้ว กลิ่นยังคงอยู่ติดตัว ชนะกลิ่นหม้อต้มชาบูค่ะ (นับถือในความทน นำ้หอมในตำนานหลายๆกลิ่น สิ่งหนีกลิ่นสุกี้ชาบูนะคะ)

หลังจากนั้น มาลองใหม่ เลยพบว่ากลิ่นนี้ ฉีด 2-3 สเปรย์ กลิ่นทำหน้าที่กำลังงาม กำลังสวยพอดีเลยล่ะค่ะ

จริงๆ Scent Mastery กำลังจะเปิดตัวกลิ่นใหม่นะคะ คงต้องเก็บเอามาเล่าต่อในโพสต์ถัดไปแทนแล้วล่ะค่ะ

หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนั้นมาจากประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งแต่ละคนจะมีประสาทสัมผัสที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความทรงจำ และสภาพแวดล้อม ไปจนถึงบุคลิกของผู้ใช้งานแต่ละบุคคลค่ะ

ตัวโน้ตกลิ่น เราคัดลอกมาจากเพจของแบรนด์นะคะ สามารถหาอ่านได้เพิ่มเติมที่ : https://www.facebook.com/profile.php?id=61561209609346

Leave a comment