กิฟท์แกะกล่องกันกับ Artepolé – Eau de Sunshine

Artepolé – Eau de Sunshine Basic Information :
ปีที่วางจำหน่าย : 2024
Perfumer :
Top Notes : Melon, Blueberry, Soda, Green Apple, Lemon
Middle Notes : Pepper, Espresso, Passion Fruit, Freesia
Base Notes : Bubble Gum Syrup , White Musk, Ambroxan

“Sunshine” ในความหมายของคุณ คืออะไรคะ

สำหรับตัวเรา Sunshine เป็นความหมายที่ค่อนข้างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงแค่พระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้น แต่ทว่ายังหมายถึง จุดเริ่มต้นของวันใหม่ การเริ่มต้นหายใจพร้อมสติ (ที่มีเหลือน้อยนิด) อีกครั้ง และแปลว่า เรายังมีอะไรที่ต้องทำอีกหนึ่งวัน เพื่อรอผลลัพธ์ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นมา

ดังนั้นจุดเริ่มต้นวันใหม่ของเราจึงปักหมุดไว้ที่กาแฟแก้วโต พร้อมขนมชิ้นใหญ่ อบใหม่ร้อนๆหอมๆ มาเสริ์ฟคู่กัน เติมพลังงานเข้าสู่ร่างกายก่อนจะไปพบเจอสิ่งที่เรียกว่า ร้อยวัน พันเหตุการณ์ค่ะ

เอ๊ะ เเล้วมาเกี่ยวอะไรกับ Eau de Sunshine ของ Artepolé กันนะ

สรุปง่ายๆ คือพานำ้หอมมานั่งทำงานด้วยที่ร้านกาแฟหน้าโรงเรียนลูกชายเนี่ยแหละค่ะ ฝนตักหนักเมื่อคืน นำ้ท่วมซอย ขับรถมาส่งลูกแล้ว ยังไม่อยากขับรถดั่งการพายเรือเข้าบ้าน เลยนั่งรอหน้าโรงเรียนเนี่ยแหละ รอเลิกเรียนแล้วหิ้วกลับพร้อมกันเลย

แหม จะมาเล่าความลำไยของตัวเราเองให้ฟังก็ดูจะผิดที่ผิดทาง มาเล่าที่ตัวนำ้หอมดีกว่าค่ะ

ถ้ามานั่งไล่ดูโน้ตกลิ่น Eau De Sunshine แล้ว เราคงลังเลพอสมควร เพราะดูแล้ว โน้ตของผลไม้ โซดา กาแฟ หมากฝรั่ง มันช่างยุ่บยั่บชวนให้ขมวดคิ้วเสียเหลือเกิน

แต่พอได้ลองแล้ว ก็เข้าใจในคอนเซปท์ของกลิ่นทันที

เพราะกลิ่นเปิดของเขานั้น มาแบบสดใส ซาบซ่า ชวนให้รู้สึกเบอร์รี่ แอปเปิล มะนาว หั่นชิ้นน้อยๆแช่ในนำ้โซดา แล้วตามมาด้วยกลิ่นกาแฟเข้มแบบเอสเพรซโซ่ช็อต กับกลิ่นเด่นของเสาวรส (ที่บางที นึกหมั่นไส้ ขานนามว่า กะทกรก!) เป็นการผสมผสานที่เรียกความสดชื่นได้เต็มที่ คล้ายกับการดื่มกาแฟใส่เสาวรสแล้วเทโซดาเพิ่มความซ่าลงไป (เมนูนี้ ดื่มตอนบ่ายคือดีมาก เหมาะกับการเติมพลังแล้วไปไฝว้ต่อเลยนะคะ)

ในตอนที่ช่วงกลางกลิ่นของเสาวรสตีคู่มากับกาแฟ เราจับได้กลิ่นของโน้ตที่เจอในนำ้หอมกลิ่นอื่นของแบรนด์เดียวกันในไลน์ออริจินอล ที่มีความฉำ่นำ้และทำให้กลิ่นไม่หวานจนเกินไป เลยทำให้ขวดนี้ สามารถใช้ได้กับทุกคน ที่ต้องการความหอม สดชื่นและมีกลิ่นอายผลไม้เบาๆ ที่ช่วยเติมบรรยากาศรอบตัวให้สดใส สมกับชื่อ Eau De Sunshine ค่ะ ซึ่งเราค่อนข้างชอบนะคะ เพราะโดยส่วนใหญ่ แสงอาทิตย์ชอบมาพร้อมมะพร้าว จะทำให้กลิ่นไปทางโทนชายหาด กล้วยไม้ อะไรทำนองนั้น (ซึ่งเราไม่ค่อยถนัดกลิ่นครีมมี่ของมะพร้าวสักเท่าไหร่เลย) แต่ขวดนี้ เหมือนนั่งจิบกาแฟเสาวรสใส่นำ้แข็งเย็นๆ ริมหาดมากกว่า

เราใช้กลิ่นนี้มาหลายครั้ง พบว่าช่วงอากาศร้อน กลิ่นก็ไม่ดรอปนะคะ ฟุ้ง พุ่งกระจายได้ดีเลย กลิ่นไม่ค่อยต่างกันทั้งที่ใช้ในช่วงอากาศร้อนหรือเย็น

ส่วนความคงทน บนผิวเราอยู่ได้ปานกลาง 3-5 ชั่วโมงค่ะ เพียงแต่ว่าช่วงท๊อปโน้ตกลิ่นค่อนข้างฟุ้งและชัด เราเลยฉีดจำนวนสเปรย์ค่อนข้างเยอะในช่วงเช้า แล้วปล่อยให้กลิ่นค่อยๆลดลงในระหว่างวันแทนค่ะ พบว่าในช่วงเย็น กลิ่นจะเหลือบางๆ ติดผิวเบาๆค่ะ

ส่วนเรื่องราคา เราว่าราคาน่ารักเลยแหละ ขวด 50 มิล พันกว่าๆ แล้วสามารถหยิบมาใช้ได้เรื่อยๆค่ะ

หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนั้นมาจากประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งแต่ละคนจะมีประสาทสัมผัสที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความทรงจำ และสภาพแวดล้อม ไปจนถึงบุคลิกของผู้ใช้งานแต่ละบุคคลค่ะ

Leave a comment