Prung Flower Water – Prung Flower Water – Raindrops on Flowers Collection (2024) (Wisteria in Drizzle , Hydrangea in Raindrops & A Flower Shop in the Mist of Rain)
ปีที่วางจำหน่าย : 2024
Perfumer : Fon Thachanun
Fragrance Notes :
Wisteria in Drizzle : English Wisteria, English Flower Water, Rain Note, Lilac, English Iris, Fresh White Lily, Amber, Soft Musk, Madagascar Vanilla Bean
Hydrangea in Raindrops : English Hydrangea, Cyclamen, Lily-of-the-Valley, Galbanum, Iris Root, Cloves, English Rose Water, Green Leaf Notes
A Flower Shop in the Mist of Rain : English Peony, English Pear, White Lily, Freesia, Daffodil, English Hyacinth, Tulip, White Musk, Iris, Patchouli, Tomato Leaf

********************************************************************
อากาศช่วงนี้ ฝนตกอย่างชุ่มฉ่ำจริงๆค่ะ เลยได้หยิบน้ำหอมคอลเลคชั่นที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กับ Prung Flower Water : Raindrops on Flowers Collection ที่รอบนี้เราได้ไปงานเปิดตัว แต่ตามสไตล์เดิม ที่ไม่ได้ถ่ายรูปในงานมาอีกแล้วค่ะ มัวแต่นั่งฟังเพลง กินขนม ผลัดกันดม แล้วก็โอน ตรึ๊งๆๆๆ แล้วก็เม้ามอยไปยาวๆเลย
เราว่าแฟนคลับน้ำหอมของบ้านนี้จะทราบกันอยู่แล้วว่า สไตล์น้ำหอมของเขาจะใส กังวาน ใช้ง่าย สุภาพ และมักจะมาจากดอกไม้ต่าง โดยส่วนตัวแล้ว เราเองก็มองว่าคุณฝนมีบุคลิกเรียบร้อย ละเมียดละไม แต่ก็เต็มไปด้วยความละเอียดลออ ซึ่งบุคลิกของคุณฝนได้ถ่ายทอดลงน้ำหอมที่เป็นลายเซนต์ที่เห็นได้ชัดเจนของแบรนด์เลยค่ะ
เวลาที่เราเจอกับคุณฝนทีไร รู้สึกเหมือนได้รับพลังงานความสุขุมเรียบร้อยและใจเย็น ซึ่งค่อนข้างคนละขั้วกับตัวเราที่ค่อนไปทางใจร้อน บุ่มบ่าม กระโดกกระเดก และไม่เรียบร้อยค่ะ ดังนั้นเวลาที่เราได้ลองผลงานของคุณฝน เราต้องบอกตามตรงว่า บุคลิกของเราไปคนละทิศละทางกับน้ำหอมเลย แต่คุณฝนก็ทำให้เราชื่นชมผลงานและใช้งานได้อย่างไม่เคอะเขิน
ในแต่ละครั้งที่เปิดตัวกลิ่นใหม่ เรามองว่าเป็นความท้าทายของแบรนด์ปรุงนะคะ เพราะคอนเซปท์ของเขาจะเป็นแนวจากดอกไม้และความใส สดชื่น ทำให้เราตื่นเต้นและลุ้นว่า เปิดตัวกลิ่นใหม่ในครั้งต่อไป จะมีลูกเล่นอะไรให้ได้ลองอีก ความรู้สึกเหมือนกับได้ไต่บันไดขึ้นไป สูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ
อ่ะ มาด้วยคอลเลคชั่น Raindrops on Flowers ว่าด้วยเรื่องฤดูฝนของคุณฝน สรุปสั้นๆว่าด้วยบรรยากาศฝนตกที่อังกฤษ (เธอ แล้วฉันไม่เคยไป เทียบกับฤดูฝนในไทย และโซนเอเชียละกันนะคะ)
ในคอลฯนี้ เปิดตัวมา 3 กลิ่นนะคะ ซึ่งแต่ละกลิ่นมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป เลยทำให้เราคิดว่า “ถ้าจะเลือกยากขนาดนั้น เราก็เอามาให้หมด ให้จบๆไป” (นิสัยนี้ไม่ดีนะ อันตรายกับกระเป๋าสตางค์แบบสุดๆ เราอยากเลิกมากนะ ตั้งใจแล้ว (ครั้งที่ร้อยกว่าๆ) ว่าจะเลิก ให้กำลังใจเราหน่อยนะคะ) ที่สำคัญคือ หมดแล้วหมดเลย เป็นคำที่กระตุ้นให้เราหน้ามืดได้อย่างไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ
มาค่ะ กลิ่นแรกที่เราได้ลอง Wisteria in Drizzle บอกก่อนเราไม่เคยได้กลิ่นวิสทีเรียของจริงนะคะเลยไม่สามารถเทียบได้ แต่กลิ่นเปิดของดอกไม้ที่พวยพุ่งออกมา ชวนให้เรานึกถึงดอกไม้สีม่วง พอกลิ่นคลายลงเล็กน้อย เราจับได้กลิ่นของดอกไลแลค ที่เป็นกลิ่นที่เราชื่นชอบอยู่แล้ว เคล้ามากับดอกลิลลี่บางๆ หลังจากนั้นได้กลิ่นโทนแป้งหอมสะอาด เคล้ามากับความหวานจากโน้ตแอมเบอร์กับวานิลลา ให้ความรู้สึกหวานละมุนและนุ่มนวลค่ะ กลิ่นนี้เราชอบช่วงท้ายที่สุด ดมผิวแล้ว สะกดให้ดมต่อได้เรื่อยๆเลยค่ะ
กลิ่นที่สอง Hydrangea in Raindrops เราชอบกลิ่นเปิดของขวดนี้มากที่สุด เรามีปลูกต้นไฮเดรนเยียไว้หน้าบ้านนะคะ แต่ไม่เคยได้กลิ่นเลย ดมจนลงไปมุดดินแล้วก็ยังไม่ได้ แต่กับขวดนี้ ทำให้เรานึกถึงดอกไฮเดรนเยียที่โดนหยาดฝนบางๆ เป็นความรู้สึกเย็นสดชื่นและสะอาด และยังแฝงความรู้สึกว่าได้ดมดอกไม้สดจริงๆ เราคิดว่าน่าจะมาจากกลิ่นของใบมะเขือเทศสดที่แฝงมา บอกตามตรงว่าเราไม่ค่อยชอบความเขียวของใบมะเขือเทศเท่าไหร่นะคะ แต่พอมาผสมกับโน้ตต่างๆในขวดนี้ กลับรู้สึกกลมกลึงและสมส่วนเลยทีเดียว ชวนให้นึกถึงสาวเท่ห์ ทะมัดมะแมงจังเลยค่ะ
ขวดสุดท้ายของคอลฯนี้ A Flower Shop in the Mist of Rain เป็นขวดที่เราลังเลนะ ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ แต่สุดท้ายตัดจบ รับมาให้ครบๆไป
กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่รวมความพวยพุ่งของดอกไม้ในสไตล์ของปรุง เราได้กลิ่นของมวลดอกไม้มหึมาแต่ว่าตั้งโชว์ในห้องแอร์ ในความเหล่าดอกๆทั้งหลาย แฝงไปด้วยความสดชื่นเบาบางค่ะ เราได้กลิ่นของแดฟโฟดิล (บ้างก็เรียก นาร์ซิสซัส ชื่อไทยๆก็ดารารัตน์) ซึ่งกลิ่นนี้เรารู้สึกถึงดอกไม้โทนสีเหลืองอร่าม หอมฉำ่ค่ะ แต่ในความฉำ่ของปรุงเขาฉำ่แต่ใสนะคะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องของความเวียนศีรษะทั้งหลายเลย กลับเป็นว่ากลิ่นนี้ใช้ง่ายมาก ยิ่งฉีดในห้องแอร์เย็นๆ ยิ่งเพิ่มความฉำ่ให้กลิ่นมากขึ้นค่ะ แล้วกลิ่นไม่จม ไม่หายในช่วงอากาศร้อนอีกด้วย
จากการใช้งานโดยรวมแล้ว ความทนของกลิ่น อยู่บนผิวเราได้แค่ 3-4 ชั่วโมงเองค่ะ ในส่วนของความฟุ้งกระจายนั้นค่อนข้างฟุ้งในบริเวณกว้างแต่ไม่รุนแรง สามารถฉีดเติมได้เรื่อยๆ และยิ่งอยู่ในที่อากาศเย็น ยิ่งช่วยเสริมความสมจริงของกลิ่นดอกไม้ได้มากขึ้น
ความลำบากใจมีแค่จุดเดียวคือ หมดแล้วหมดเลยค่ะ! เราฉีดแต่ละทีไม่ตำ่กว่าสิบสเปรย์ แป๊บๆคือหมดแล้วครึ่งขวด!!!
หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนั้นมาจากประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งแต่ละคนจะมีประสาทสัมผัสที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความทรงจำ และสภาพแวดล้อม ไปจนถึงบุคลิกของผู้ใช้งานแต่ละบุคคลค่ะ
ตัวโน้ตกลิ่น เราคัดลอกมาจากเพจของแบรนด์นะคะ สามารถหาอ่านได้เพิ่มเติมที่ : https://www.facebook.com/prungflowerwater
Leave a comment