Prung Flower Water – THE PERFUME OF GRASSE : AN INSPIRED FRENCH CRAFT COLLECTION (2024) Grasse Riviera , The Provence Soliflore & French Craft Centifolia:
ปีที่วางจำหน่าย : 2024
Perfumer : Fon Thachanun
Fragrance Notes :
Grasse Riviera : French Grapefruit, Ginger, Bergamot, Ocean Notes, Sage, Rosemary, Geranium, Centifolia Rose Water, Labdanum, Amber, Juniper Berries, Coriander, Champagne, Tonka Bean, Oakmoss, Sandalwood
The Provence Soliflore : French Craft Tea, Centifolia Rose Water, Fig Leaf, Grasse Bergamot, Grasse Neroli, Provence Lavender, Thyme, Sage, Rosemary, Amber Wood, Pine tree
French Craft Centifolia : Litchi, Grasse Centifolia, Grasse Rose, Grasse Rose Water, Grasse Lavender, Chamomile, Tarragon, French Neroli, Musk, Amber, Woody Notes
***************


ภาพในงานค่ะ คุณฝน สุคนธกรคนสวย มาร่วมพูดคุยถึงกลิ่นในคอลเลคชั่นนี้ค่ะ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เราได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ของ Prung Flower Water มาค่ะซึ่งคอลฯใหม่นี้มีชื่อยาวแสนเก๋ว่า “THE PERFUME OF GRASSE : AN INSPIRED FRENCH CRAFT COLLECTION” ว่าง่ายๆสั้นๆก็คือ กลิ่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากเมืองกราซ ที่อยู่ทางตอนใต้ของ แคว้นโพรวองซ์ (Provence) ณ ประเทศฝรั่งเศส นั่นเอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นถิ่นกำเนิดของนำ้หอม หรือเรียกว่าเป็นเมืองหลวงของนำ้หอมโลกนั่นเองค่ะ แต่ไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจที่ใส่ลงมาในขวดนี้นะคะ ได้ข่าวว่าวัตถุดิบที่อยู่ในขวดก็มาจากเมืองกราซเช่นเดียวกันค่ะ
ในคอลเลคชั่นนี้มีทั้งหมด 3 กลิ่น ซึ่งเราเองลองแล้วคิดว่าแต่ละกลิ่นก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป เลยซื้อมาทั้งสามกลิ่นเลยค่ะ ก็หมดงบช้อปปิ้งไปอีกยาวพอสมควร แต่เรามั่นใจว่าทุกขวดที่ซื้อมา ยังไงก็ใช้หมดขวดแน่นอน
มารีวิวทีละขวดดีกว่า เราขอเริ่มต้นที่กลิ่น Grasse Riviera ก่อนเลยละกันค่ะ
เริ่มต้นกลิ่นเปิดมาเนี่ย เราจับได้กลิ่นของเกรปฟรุตหอมสดชื่นแล้วตามมาด้วยกลิ่นขิงที่เผ็ดซ่าเบาๆ แล้วตามมาด้วยเหล่ามวลสมุนไพรอย่างเช่น ใบเสจ โรสแมรี่ ผลจูนิเปอร์เบอร์รี่ ซึ่งในความสมุนไพรฝรั่งเนี่ย ความรู้สึกของเราว่ากลิ่นจะไม่ฉุนเฉียว ดุดัน เผ็ดร้อนเท่ากับสมุนไพรไทยค่ะ ออกไปทางโทนสดชื่นมากกว่า เมื่อดมกลิ่นไปเรื่อยๆ เราได้กลิ่นสดชื่นของดอกไม้บางเบา (ที่เบามากๆ ต้องตั้งใจดมนานๆเลย) ที่มาหาข้อมูลทีหลังจึงพบว่าเป็นนำ้กุหลาบ (Centifolia Rose Water) นั่นเอง
เรียกได้ว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่สะอาดและสดชื่นมากๆ เป็นกลิ่นที่เราหยิบมาฉีดหลังอาบนำ้ช่วงที่อากาศร้อนมากๆแบบตอนนี้เลยค่ะ บนผิวเราอยู่ได้แค่ 2-3 ชั่วโมงเองค่ะ แต่ก็ชดเชยด้วยการฉีดเพิ่มระหว่างวันได้ตลอดทั้งวัน
มาที่กลิ่นต่อไปค่ะ กับกลิ่น The Provence Soliflore
กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่เราชอบมากที่สุดในคอลเลคชั่นเลยค่ะ เนื่องจากช่วงนี้เราอินกับกลิ่นดอกส้ม ผิวมะกรูดเป็นพิเศษ แต่ที่น่ารักกว่านั้นคือกลิ่นชาบางๆ ที่เปิดตัวมาทักทายก่อนเพื่อน อีกทั้งยังมีกลิ่นของลาเวนเดอร์ ที่ชวนให้ผ่อนคลายและปลอดโปร่ง ในเนื้อกลิ่นนี้จะมีความขมชุ่มคอเล็กน้อย ความเปรี้ยวสดชื่น และความนุ่มละมุน ค่อยๆเรียงตัวอยู่ในมวลอากาศ แฝงด้วยกลิ่นสมุนไพรนิดๆ พอให้ปลุกประสาทสัมผัสของร่างกายให้ตื่นตัว โดยที่กลิ่นไม่หวาน หรืออ่อนโยนจนเกินไปค่ะ เป็นการผสมผสานที่ลงตัวพอดีเลย กลิ่นนี้ก็ไม่ได้ทนมากมายนะคะ อยู่บนผิวเราได้แค่ 2-3 ชั่วโมงเหมือนกัน นี่ฉีดไปฉีดมา เกือบหมดไปครึ่งขวดแล้วล่ะค่ะ
มาที่กลิ่นสุดท้าย และเราเชื่อว่าหลายๆท่านชื่นชอบกลิ่นนี้ที่สุด กับ French Craft Centifolia
กลิ่นนี้เค้าน่ารักนะคะ เป็นกลิ่นกุหลาบที่หวานละมุนอ่อนๆ สดชื่น สดใส โดยที่มีกลิ่นของลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ ดอกส้ม เจือมาอย่างละนิด อย่างละหน่อย เพื่อเติมแต่งคาเเรคเตอร์ของกลิ่นกุหลาบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เป็นกุหลาบแบบสมัยใหม่ สวย หวาน ทันสมัยค่ะ เราว่าคนรักดอกกุหลาบจะชอบกลิ่นนี้ และคนที่ไม่ได้รักดอกกุหลาบ ก็จะหันมาชื่นชมความงามของกลิ่นเพิ่มขึ้นค่ะ ถ้าต้องเลือกเก็บกลิ่นเดียวในคอลฯนี้ เราเชียร์กลิ่นนี้ค่ะ
คอลเลคชั่นนี้ เรามองว่าเน้นชูโรงวัตถุดิบที่บรรจงเลือกมาลงใส่ขวด เลยได้กลิ่นของส่วนผสมหลักที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็ยังคงความโปร่งเบาตามคาเเรคเตอร์ของแบรนด์ค่ะ
จริงๆแล้วเขามีลูกเล่นให้ฉีดกลิ่นแต่ละกลิ่นผสมร่วมกันนะคะ แล้วจะได้กลิ่นใหม่ๆออกมาตามความชอบของแต่ละบุคคล ตามสัดส่วนของนำ้หอมที่ฉีดลงไปค่ะ แต่สำหรับเราเอง เรากลับชื่นชมกลิ่นแต่ละขวด และใช้แยกกันเสียมากกว่า เพราะมีลูกเล่นเล็กๆน้อยๆให้ได้รื่นรมย์ระหว่างทางที่กลิ่นลอยฟุ้งอยู่รอบตัวเราค่ะ
หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนั้นมาจากประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งแต่ละคนจะมีประสาทสัมผัสที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความทรงจำ และสภาพแวดล้อม ไปจนถึงบุคลิกของผู้ใช้งานแต่ละบุคคลค่ะ
ตัวโน้ตกลิ่น เราคัดลอกมาจากเพจของแบรนด์นะคะ สามารถหาอ่านได้เพิ่มเติมที่ : https://www.facebook.com/prungflowerwater

Leave a comment