Prung Flower Water – The accord of chinese flower collection (2023) :
ปีที่วางจำหน่าย : 2023
Perfumer : Fon Thachanun
Fragrance Notes : Detail per below :

รีวิวโพสต์นี้มาเป็นแบบคอลเลคชั่นเลยทีเดียว ต้องบอกก่อนว่าเป็นรีวิวที่เราใช้เวลารอนานมากกว่าปกติ เพราะว่านำ้หอมเซตนี้ วางขายแบบลิมิเต็ดอิดิชัน และวางขายทีละกลิ่น! กว่าจะตามได้ครบเซต ก็ต้องรอเขาวางขายก่อน ถึงได้ซื้อมาค่ะ (ไม่ได้มีสปอนเซอร์น๊าาา เป็นความชอบส่วนตัวของเราจริงๆ ที่ชอบอะไรแล้ว อยากจะได้มาให้ครบเซต #เพราะทุกอย่างสวยขึ้นสิบเท่าเมื่อมายกเซ็ต)
ก่อนหน้าเรายอมรับว่า เรายังไม่เคยได้ลองยี่ห้อนี้แบบจริงจัง เคยมีลองของเพื่อนบ้างตามโอกาส บวกกับช่วงอายุของเรา ณ ตอนนี้ อารมณ์เหมือนคนที่แก้ขึ้น ลิ้นหนา แล้วชอบของรสจัดจ้านขึ้น ซึ่งค่อนข้างขัดกับโทนนำ้หอมของปรุง เลยคลาดกันไปหลายครั้งค่ะ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีโอกาสได้ลองหนึ่งในกลิ่นของคอลเลคชั่นนี้แหละ ถึงได้ตัดสินใจซื้อเลย ก็ใช้เวลารอพอสมควร เพราะต้องรอเขาขายให้ครบค่ะ
ในส่วนของนำ้หอมคอลเลคชั่นนี้ สุคนธกรกล่าวว่า กลิ่นที่นำมาจากการจำลองกลิ่นจากสวนดอกไม้ของจีน โดยธีมหลัก คือดอกไม้ตัวเอกของแต่ละกลิ่น โดยมีดอกพุดตาน (Rose of Sharon), หอมหมื่นลี้ (Osmanthus) คามีเลีย (Camilia)และ ดอกบ๊วย (Plum Flower) วางไว้เป็นแกนหลัก แล้วเสริมด้วยกลิ่นอื่นๆ ราวกับได้เดินไปในสวนที่มีบรรยากาศที่ต่างกันออกไปค่ะ
The Rose of Sharon Lake Scent Notes:
Rose of Sharon Accord, Fresh Chinese Rose, Sweet Peas, Lime, Lemon, Tangerine, Iris, Musk, Chinese White Tea, Shiso Leaf, Nashi Pear

The Rose of Sharon เป็นโทนกลิ่นฟลอรัลฟรุ้ตตี้ เรียกง่ายๆว่า ดอกไม้ผสมผลไม้ เราจับได้กลิ่นของลูกแพร์ฉำ่ๆบวกกันส้มผสมมะนาวจางๆ เป็นกลิ่นที่หอม สดใส บางสบาย มีบางช่วงที่ได้กลิ่นโทนแป้งของไอริส เรารู้สึกว่ากลิ่นนี้ ชวนให้นึกถึงผลิตภัณฑ์ของเด็กๆ ที่สดใส อ่อนหวาน เบา สบาย ใช้ง่ายมาก เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไปได้ทุกที่นะคะ ฟีลเหมือนคนตัวหอมสะอาดตลอดเวลา ถึงจะว่ากลิ่นเบาก็ตาม แต่ทนนานได้ทั้งวันนะคะ
ตัวที่สองของคอลเลคชันนี้ค่ะ กับ Flowers Tea Pavilion
Flowers Tea Pavilion Scent Notes:
Chinese Osmanthus, Complex White Tea, Bergamot, Lemon Flowers, Chinese Jasmine, Neroli, Orange Jasmine, Verbena, Petitgrain, Tarragon, Orange Blossom, Cashmere wood, White Musk, Cedar

เราค่อนข้างชื่นชอบกลิ่นของดอกหอมหมื่นลี้เป็นพิเศษ ซึ่งขวดนี้ทำออกมาได้ถูกใจเรา เพราะโดยปกติ กลิ่นหอมหมื่นลี้ที่วางขายกันทั่วไป จะสื่อถึงความเหลือง อร่าม หวานราวกับนำ้ผึ้ง แต่พอมาลองกับขวดนี้ เรากลับได้กลิ่นของใบยอดส้มและดอกมะนาว ซึ่งเป็นอีกโน้ตกลิ่นที่เราชอบมาก เลยทำให้กลิ่นหอมหมื่นลี้ขวดนี้ออกไปในทางโทนสดชื่น สว่าง ราวกับแสงแดดที่ทอดตัวลงมายังยอดช่อดอกหอมหมื่นลี้ในยามเช้าอันแสนสดใส บนตัวเรากลิ่นนี้กระจายตัวดีค่ะ แต่ไม่ค่อยติดผิว เราเสียดายนิดๆ แต่อาศัยเติมเอาระหว่างวันค่ะ เพราะตัวกลิ่นท๊อปโน้ต เรียกความสดชื่นได้ดีเลย
กลิ่นที่สาม กับ Camellia Bridge กลิ่นนี้แหละ ที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อคอลเลคชั่นนี้เลยค่ะ ต้องเล่าก่อนว่า ตอนลองกลิ่นนี้ เราฉีดใส่เสื้อ ระหว่างทางกลับบ้านมาได้กลิ่นตีขึ้นเป็นระยะๆ จนข้ามวัน สุดท้าย ทนไม่ไหวต้องไปบ่นกับเพื่อนผู้เมตตาที่ให้ลองกลิ่นนี้ว่า “วางขายเมื่อไหร่ ต้องได้ซื้อขวดนี้แน่นอน”
Camellia Bridge Scent Notes:
Camellia, Amberwood, Agarwood, Buttery Sandalwood, Chinese Tea, Amber Accord, Wild Berries, Birch ,Saffron, Geranium, Tuscan Leather, Raspberry, Pear, White Moss, Patchouli, Geranium, Red Rose, Hawthorn, Iris Root, Vanillin, Coumarin, Labdanum, Patchouli, Frankincense

กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่เรามองว่าแบรนด์ฉีกแนวออกไปจากแนวเดิมๆ ไม่หวาน ไม่ลอยละล่อง ไม่ใส สว่างเหมือนกลิ่นอื่นๆ ซึ่งตรงกับโทนที่เราชื่นชอบในช่วงนี้พอดี
ในวูบแรกที่ฉีดกลิ่นนี้ขึ้นมา เรานึกถึงท่อนไม้ที่ลอยอยู่กลางแม่นำ้กลางป่าลึก เป็นกลิ่นไม้ที่มีความฉำ่ ผสมกับความเขียวเเบบมอสบนพื้นดิน แต่พอทิ้งไว้ กลิ่นจะค่อยๆแห้งมากขึ้น โดยที่แกนหลักของกลิ่นเนื้อไม้ยังอยู่ บวกกับความหวานของแอมเบอร์ และแฝงความหรูหราด้วยกลิ่นไม้กฤษณา ซึ่งต้องบอกตามตรงว่า เราไม่นึกถึงดอกคามีเลียเลย อาจจะเป็นเพราะเรายังไม่เคยเห็นของจริงนะคะ แต่นั่นก็เพราะเรายังไม่เคยเห็นบรรยากาศเช่นนั้นเอง
ขอเสริมว่าโดยทั่วไป ผู้คนในโซนอากาศร้อนจะไม่ค่อยชื่นชมกับกลิ่นของไม้กฤษณาเท่าไหร่ บ้างว่าทึบ มึน และอวนวนอยู่ในอากาศอบร้อนแบบไทยๆ แต่เราว่ากลิ่นนี้ใช้ง่าย และชวนให้นึกถึงภาพจำที่ต่างกันออกไปค่ะ แถมความทนอยู่ในระดับข้ามวันเลยทีเดียว เลยทำให้เราหยิบขวดนี้ขึ้นมาใช้บ่อยที่สุดเลยค่ะ
มาที่กลิ่นสุดท้ายแล้ว
The Song of Plum Flower Scent Notes:
Plum Blossom, Plum Fruit, Litchi, Rhubarb, Nutmeg, Fresh Cut Rose, Pink Peony, Lily-of-the-valley, Sweet Pea, Pear, Freesia, Musk, Vanilla Bean, Cedar

น้องน้อยของไลน์นี้ มาพร้อมฝาขวดทรงใหม่ ตอนแรกเราก็ขัดใจนิดๆ โมโหตัวเองว่าไม่ขอฝาแนวเก่ามา จะได้ครบเซ็ต แต่มองไปมองมาแล้ว ฝาเด่นอยู่ขวดเดียวก็สวยอีกแบบค่ะ
สาวๆที่ชอบกลิ่นกุหลาบ ไม่ควรพลาดกลิ่นนี้ ถึงชื่อจะบอกว่าเป็นดอกพลัม (น้องบ๊วย)ก็ตาม เพราะกุหลาบในนี้เป็นกุหลาบที่เหมือนตัดจากต้นมาใหม่ๆยามเช้าค่ะ กลิ่นโชยมาตามลม อ่อนบาง แต่ทว่ากลิ่นชัดเจนทุกโมเลกุล แล้วมีความหวานของวานิลลาเสริมขึ้นมาเป็นระยะๆ ซึ่งกลิ่นค่อนไปทางหวานและสุภาพเลยทีเดียว
ตอนแรกเราอ่านโน้ต นี่คิดเอาเองว่ากลิ่นจะออกฟรุ้ตตี้ และมีความเปรี้ยวของบ๊วยนะคะ แต่กลับไม่ใช่เลย กลิ่นมาในแนวของกลีบดอกบ๊วยบอบบางนะ ถ้าชอบฟรุ้ตตี้ เราว่าเลือก The Rose of Sharon อันนั้นฟรุ้ตตี้กว่าเยอะเลย
เราว่ากลิ่นในคอลเลคชั่นนี้ ตอบโจทย์ค่อนข้างครบในแบบฉบับของแบรนด์ ที่เน้นความใส กังวาน และโปร่งเบา
- The Rose of Sharon สดใส ร่าเริง
- Flowers Tea Pavilion สุภาพ อ่อนโยน
- Camellia Bridge สง่า หรูหรา
- The Song of Plum Flower อ่อนหวาน เรียบร้อย
จริงๆ ทางแบรนด์เองชูโรงในเรื่องของการฉีดผสมกลิ่นนะคะ ซึ่งเราลองเองแล้วก็ถูกใจเหมือนกัน เพียงแต่ว่า เราชอบใช้กลิ่นเดี่ยวๆมากกว่า เพราะความละเมียดและซับซ้อนของกลิ่นในคอลเลคชั่นนี้มีมากเกินกว่าที่จะจับรวมผสมกันค่ะ พอเวลาผสมกันแล้ว ทำให้เราพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ของแต่ละกลิ่นไปเลย ก็เลยคิดว่า ขอเล่าเรื่องของแต่ละกลิ่นดีกว่า
หมายเหตุ : กลิ่นที่ได้และรีวิวนั้นมาจากประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งแต่ละคนจะมีประสาทสัมผัสที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความทรงจำ และสภาพแวดล้อม ไปจนถึงบุคลิกของผู้ใช้งานแต่ละบุคคลค่ะ
ขอเน้นอีกครั้ง ป้องกันการเข้าใจผิดนะคะ ทั้งเซตนี้เราซื้อมาทดลองใช้ด้วยความชอบส่วนตัว ไม่ได้รับสปอนเซอร์จากทางแบรนด์ค่ะ (^ _ ^ )
ตัวโน้ตกลิ่น เราคัดลอกมาจากเพจของแบรนด์นะคะ สามารถหาอ่านได้เพิ่มเติมที่ : https://www.facebook.com/prungflowerwater

Leave a comment