ความเป็นมา
หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการออกน้ำหอมก่อนหน้า มารอบนี้จึงมาแบบ Intense ที่ให้กลิ่นมาแนวมัสก์อโรมามากขึ้น วางขายในปี 2009 และประกาศว่าเลิกผลิตแล้วนะคะ
Fragrance Notes
Top notes : Jasmine, African Orange flower, Ylang-ylang
Middle notes : Musk, Amber
Base notes : Vetiver, Vanilla, Honey, Woodsy Notes
กลิ่นเป็นอย่างไร?
จากโน้ตที่อ่าน ว่ามีมะลิ ดอกส้มแอฟริกัน และกระดังงาในกลิ่นเปิดนั้น ไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะ เพราะกลิ่นแรกที่จับได้ ทำให้เรานึกถึงยาหม่อง เวอร์ชันที่ไม่เย็น ไม่แสบ หรือไม่ก็แอมโมเนียฉุนกึ้ก กลิ่นออกดุ่ยๆ ตุ่ยๆ จะเหม็นก็ไม่ใช่ แต่ไม่หอมแน่นอนค่ะ เราจะพบกับกลิ่นดุ่ยๆนี้อยู่ราวๆ 15 นาที (ที่ยาวนาน…นนน) จึงจะค่อยได้กลิ่นของมะลิและกระดังงา ที่มาแบบมึนๆ งงๆ สงสัยว่า ฉันมาทำไม
หลังจากงงไปสักพัก กลิ่นมัสก์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ก็เริ่มออกมาค่ะ พร้อมกับกลิ่นยางไม้ ชวนนัวร์ ชวนดำกันยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนกลิ่นยาหม่องนั้นจะค่อยๆเฟดตัวออกไป กลิ่นที่เคยคมบาดจมูกจะเริ่มนุ่มมากขึ้น ตอนนี้กลิ่นของหญ้าแฝกและขอนไม้ก็เริ่มโชยขึ้นมาค่ะ
ในส่วนของท้ายกลิ่นนั้น ต้องเรียกได้ว่าเด็ดมาก (หลังจากระทมไปในช่วงเปิดตัว) เป็นกลิ่นที่หอมหวานแบบมืดหม่น ราวกับเดินอยู่ในป่าช่วงพลบค่ำค่ะ ช่วงเบสนี้แหละ ที่จะเปลี่ยนใจเราให้หันมาชอบกลิ่นนี้ได้ กลิ่นนี้ทำให้เรานึกถึงชาแนล เบอร์ 18 ที่เปิดกับถึงกับน้ำตาตกในในค่าตัว และกลิ่นเปิดช่างทำร้ายจิตใจยิ่งนัก แต่พอมาช่วงเบสแล้ว กลับหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นค่ะ
ใครจะใช้ได้บ้างเนี่ย?
ได้ทุกเพศค่ะ ยิ่งบุคลิกห้าวๆ แมนๆคุยกัน เราว่าเหมาะนะคะ
ทนมั้ยเอ่ย?
บนผิวเราอยู่ได้ 6 – 8 ชั่วโมงค่ะ
กลิ่นกระจายตัวดีมั้ย?
เป็นกลิ่นติดผิว ไม่ค่อยกระจายตัวเท่าไหร่นะคะ
สรุปสั้นๆ
ยาหม่องดุ่ยๆ ตุ่ยๆ งงๆ แต่กลิ่นเบส คือหอมมากกกก…กกกก
Credit ภาพ ถ่ายเองจ้า


Leave a comment