ตอนนี้มาแบบสบายๆนะคะ เหมือนเพื่อนมานั่งเล่าเรื่องให้ฟังดีกว่าเนอะ
หลายคนอาจจะมองว่าน้ำหอมเป็นของใช้ประจำวันบ้าง เป็นของสะสมบ้าง เป็นเครื่องประดับตกแต่งตัวเองบ้าง หรือแม้กระทั่ง เป็นของแทนใจ สำหรับตัวเราเอง เรามองน้ำหอมเป็นศิลปะเหมือนกับดนตรีค่ะ ในน้ำหอมขวดนึง จะมีทั้งคนรัก และคนชัง เช่น
น้ำหอมบางกลิ่น มีมาหลายสิบปี ปรับสูตรกับไปหลายรอบ ก็เหมือนกับเพลงที่นำมาเรียบเรียงเสียงดนตรีใหม่ ร้องแนวใหม่ อาจจะถูกใจหนุ่มสาวสมัยใหม่ แต่สำหรับคนที่ชอบต้นตำรับแล้วนั้น บางครั้งถึงกับเบ้ปากเลยทีเดียว
น้ำหอมบางกลิ่น เปิดตัวด้วยกลิ่นฟุ้งกระจาย ทนทั้งวัน ก็เหมือนกับเพลงแดนซ์มันๆ ที่เนื้อร้องไม่ค่อยจะมีอะไร เต้นมันไว้ก่อน
น้ำหอมบางกลิ่น กลิ่นมาแนวเรียบๆ นิ่งๆ ดูไม่มีอะไร ชวนให้เรานึกถึงเพลงรักแนวบัลลาด เนิบๆ ช้าๆ แต่สะเทือนอารมณ์ช่วงพีค เขื่อนน้ำตาแตกทะลักเลยงานนี้
น้ำหอมบางกลิ่น ดมแล้วก็ยี้ พลางคิดในใจ ให้ตายเถอะ ตาคนปรุงกลิ่นคิดอะไรออกมา ก็เหมือนกับเพลงแนวเอาเธอมาถีบ เอ้ย Alternative บางคนฟัง ก็ไม่เข้าใจ ร้องเพลงอะไรวะคะแก
น้ำหอมหลายๆกลิ่น ที่เกิดมาในช่วงเวลาเดียว กลิ่นก็คล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อ ก็เหมือนกับเพลงฮิตติดชาร์จ หมุนไปคลื่นไหน ก็เจอรัวๆๆ เอียนจะแย่ แต่ก็ฟัง บ่อยๆเข้าดันเพราะอีกต่างหาก
บางครั้ง เราอาจคิดว่าศิลปะการปรุงน้ำหอมอาจจะถึงทางตัน แต่ด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่าง ศิลปะก็ยังต้องหาทางเอาตัวรอด ด้วยการปรับตัวให้เข้ากับคนหมู่มาก เช่น การปรับ Top Note ให้ถูกใจผู้ซื้อ ซึ่งช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว ปิดการขายอย่างสบายใจ หรือการปรุงน้ำหอมบางกลิ่น แล้วจ้างดารามาสวมชื่อ อันนี้ก็ขายแฟนคลับได้มากโข หรือ อะไรที่เป็นเทรนด์กลิ่น ก็เริ่มออกมาพร้อมๆกัน ช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดเพื่อเม็ดเงินจำนวนมหาศาล
แต่สังเกตมั้ยคะ พักหลังๆ เรามักจะได้ยินคำว่าน้ำหอมนีช (Niche Brand) มากขึ้น นีชแบรนด์ คือ อะไร ทำไมต้องนีช แล้วใครจะสนกันล่ะ??
ว้า…..ชาหมดถ้วยพอดี สงสัยต้องมาร่วมจิบชากันรอบหน้าแล้วล่ะค่ะ ( ^ _ ^ )